ย เชียนเชียนเล่า”
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “ใครจะไปรู้ว่านางไปที่ใด ข้าให้นางรออยู่ในรถม้าสักครู่ พริบตาเดียวนางก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ข้าตามหานางอยู่นาน นึกว่านางโกรธข้า แล้วล่วงหน้ามางานเลี้ยงก่อนเสียอีก ส่วนหว่านเอ๋อร์ นางแค่ติดรถไปซื้อผ้ามาตัดอาภรณ์ ไม่มีใครคาดคิดว่าจู่ๆ ฝนจะตก ซ้ำยังตกหนักเพียงนี้ด้วย ทิ้งนางอยู่ข้างนอกคนเดียวข้าไม่วางใจ”
ลู่สิงโจวถลึงตาใส่บุตรชายอย่างไม่สบอารมณ์ต่อความไม่เอาถ่านของเขา “แล้วทิ้งภรรยาตัวเองไว้ข้างนอกเจ้าวางใจหรือ หากเชียนเชียนเป็นอะไรขึ้นมา ชาวบ้านคงรู้กันหมดแล้วว่าวันนี้เจ้าพาเมียน้อยนอกสมรถมาร่วมงานเลี้ยงของผู้บัญชาการใหญ่!”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “ท่านพ่อ หว่านเอ๋อร์มิใช่เมียนอกสมรส”
ลู่สิงโจวเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าหุบปาก!”
ลู่หลิงเซียวข่มถ้อยคำโต้แย้งเอาไว้ เอ่ยว่า “บางที…นางอาจจะอยู่ระหว่างทางแล้ว นางเป็นฮูหยินน้อยตระกูลลู่ ไม่มีผู้ใดในเมืองหลวงกล้าแตะต้องนางหรอก”
“ทางที่ดีขอให้เป็นเช่นนั้น!”
ลู่สิงโจวเอ่ยเสียงเย็นจบ ก็เรียกผู้ติดตามมา ให้เขารีบไปตามหาเมิ่งเชียนเชียน
“เจ้าก็ไปด้วย”
ลู่สิงโจวเอ่ยกับบุตรชาย “ข้าจะบอกผู้บัญชาการใหญ่ว่า เจ้ากล