ับไปดูแลแม่เจ้า”
ลู่หลิงเซียวรู้ตัวว่าผิด จึงพยักหน้า
ทั้งคู่กลับเข้ามาในงานเลี้ยง
ทว่าเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสนทนาสั้นๆ หลินหว่านเอ๋อร์ก็ถูกสตรีตระกูลอื่นห้อมล้อมเอาไว้แล้ว แต่ละคนพากันเรียกลู่ฮูหยินกันใหญ่
ส่วนลี่ว์หลัวก็เปลี่ยนคำเรียกจากคุณหนูของข้าเป็นฮูหยินของข้าแทน
ฮูหยินนางหนึ่งดึงมือหลินหว่านเอ๋อร์มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
ทันใดนั้น นางก็ลูบเจอรอยแผลเป็นบนมือซ้ายของหลินหว่านเอ๋อร์จึงถามว่า “ลู่ฮูหยิน มือท่านเป็นอะไรหรือ”
ลี่ว์หลัวจึงเอ่ยว่า “ฮูหยินของข้าถูกธนูหลิวเจี้ยนยิงบาดเจ็บเพื่อช่วยชีวิตคุณชายใหญ่ ท่านคงไม่รู้ว่าตอนนั้นอันตรายเพียงใด หากเบี้ยวอีกเพียงครึ่งชุ่น[1]มือของฮูหยินคงใช้การมิได้แล้ว!”
“พวกเจ้าเจอนักฆ่าเข้าหรือ”
“ที่เมืองหลวงแห่งนี้ นักฆ่าอะไรใช้ธนูหลิวเจี้ยนเป็นด้วย นั่นมันใช้กับศึกสงครามชายแดน”
หลินหว่านเอ๋อร์รีบดึงมือกลับ
ลี่ว์หลัวหุบปาก
ลู่หลิงเซียวเร่งฝีเท้าเดินมาหา “ฮูหยินทุกท่าน มารดาข้าไม่สบาย พวกเราขอตัวก่อน”
เอ่ยจบ เขาก็รีบพาหลินหว่านเอ๋อร์กับลี่ว์หลัวจากไป
ไหนเลยจะรู้เพิ่งมาถึงหน้าประตู ก็เจอเข้ากับนายทหารคนหนึ่งที่กลับมาจากชายแดนพอดี
“แม่ทัพลู่! เอ๋? ลี่ว์