เขาไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะผ่านไปแค่ห้าปี ผู้บัญชาการใหญ่ลู่ก็กุมอำนาจราชสำนักไว้ในมือแล้ว
ลู่สิงโจวเอ่ยอีกว่า “เขากุมราชสำนักไว้ แต่อำนาจทางการทหารไม่ได้อยู่ในมือเขา ข้าว่า บางทีนี่อาจจะเป็นจุดประสงค์ของงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ หมายจะใช้โอกาสนี้ดึงตัวขุนนางผู้มีความดีความชอบที่เพิ่งกลับมาจากชายแดนเอามาเป็นพวก”
ลู่หลิงเซียวตะลึง “เพื่อจัดงานเลี้ยงขึ้นมา…ถึงกับมีลูก? นึกไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะเหลวไหลได้ถึงเพียงนี้”
ลู่สิงโจวสงบนิ่งกว่าบุตรชาย “ที่เหลวไหลยิ่งกว่านั้นเขาก็เคยทำมาแล้ว ช่างเถิด เรื่องในบ้านเขาไม่ต้องสนใจ คิดหาทางรับมืองานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ดีกว่า”
ลู่หลิงเซียวกำหมัดแน่น เอ่ยอย่างแค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรมว่า “ท่านพ่อ ยามลูกรับราชโองการออกศึกได้เคยให้สัตย์สาบานต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพชนแล้วว่า ชั่วชีวิตนี้ขอจงรักภักดีต่อฝ่าบาทเพียงผู้เดียว ลูกไม่มีทางสมัครเป็นพรรคพวกเดียวกันกับขุนนางโฉดพรรค์นี้แน่นอน! รอวันใดโอกาสสุกงอมแล้ว ลูกจะกำจัดหายนะนี้ให้แก่ต้าโจวและฝ่าบาทจงได้!”
สองพ่อลูกออกมาจากห้องหนังสือ ก็เจอเข้ากับเมิ่งเชียนเชียนที่ออกมาจากห้องลู่หมู่พอดี
เมิ่งเชียนเชียนคำนับให้ลู่สิงโจว “ท่าน