สินให้ข้านะ! พี่สะใภ้นางรังแกข้า! ท่านดูสินางตบข้าจนสภาพเช่นไร…โอ๊ยยย”
โอ๊ยยย
เหล่าไท่จวินหย่อนก้นลงนั่งบนพื้น เตะขาไปมา ร้องโอดโอยจนกลบเสียงร้องของลู่หลิงหลง “ฮือออ นางตีข้า! นางตีข้า!”
ลู่หลิงเซียวรีบชักแขนออก คุกเข่ากับพื้นข้างหนึ่ง ประคองไหล่เหล่าไท่จวินมาพินิจมองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ท่านย่าทวด ใครตีท่านหรือ บาดเจ็บหรือไม่ เจ็บหรือไม่”
เหล่าไท่จวินยกมือชี้ลู่หลิงหลง “นาง”
ลู่หลิงหลงตะลึง “ท่านย่าทวด! ข้าไปตีท่านเมื่อใดกัน”
ลู่หลิงหลงถอนใจ “ท่านย่าทวด หลิงหลงไม่มีทางตีท่านหรอกนะขอรับ”
ลู่หลิงหลงไม่ได้ขวัญกล้าเพียงนั้น
เหล่าไท่จวินแววตาเร้นวาบ ก่อนเอ่ยอย่างหนักแน่นมีเหตุผลว่า “นางตีเชียนเชียน ก็เหมือนกับตีข้า!”
ลู่หลิงหลงเดือดดาล “ข้าไม่ได้ตีนาง!”
เหล่าไท่จวินหน้าเคร่ง “เจ้าตี เจ้าดึงผมเชียนเชียน เพราะเชียนเชียนไม่ซื้อเสื้อผ้าให้เจ้า”
ลู่หลิงหลงกระทืบเท้า “ข้าดึงไม่โดนด้วยซ้ำ นางก็ฟาดหน้าข้าแล้ว!”
เหล่าไท่จวินเอ่ยกับลู่หลิงเซียว “เจ้าดูสิ”
ลู่หลิงหลงมึนงงไปแล้ว
ท่านย่าทวดสติไม่ดีคนนี้ ไฉนยามนี้จึงไม่บ้าแล้วเล่า…
“ท่านย่าทวด พื้นมันเย็น ลุกขึ้นก่อนขอรับ”
ลู่