หลิงเซียวพยุงเหล่าไท่จวินให้ลุกขึ้น จากนั้นหันมองดุญาติผู้น้องที่โดนตามใจจนเคยตัว
เขาเป็นแม่ทัพที่เคยสังหารคนในสนามรบมาก่อน แววตานี้ทำเอาลู่หลิงหลงตกใจจนตัวสั่น
“พะพี่ใหญ่…”
ลู่หลิงเซียวตีหน้าเคร่งเอ่ยว่า “นางเป็นพี่สะใภ้เจ้า ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่ควรไม่เคารพนาง”
ลู่หลิงหลงไม่ยอม “แล้วที่นางตบข้าล่ะท่านจะว่าอย่างไร”
ลู่หลิงเซียวเอ่ย “เจ้าไร้มารยาท คนเป็นพี่สะใภ้ย่อมต้องอบรมเจ้า”
ลู่หลิงหลงน้ำตาร่วงอย่างน้อยใจ “ข้าไม่ชอบพี่ใหญ่อีกต่อไปแล้ว!”
เอ่ยจบ นางก็ปาดน้ำตาเดินออกไปโดยไม่เหลียวมามองอีก
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้ว ถอนหายใจยาวเหยียด เอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “อารองกับอาสะใภ้มีหลิงหลงเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว จึงตามใจไปหน่อย เจ้าเป็นพี่สะใภ้ก็ใจกว้างขึ้นหน่อย หากนางล่วงเกินเจ้า เจ้าอบรมด้วยวาจาก็พอ อย่าลงไม้ลงมืออีก”
เมิ่งเชียนเชียนปรายตามองเขานิ่งๆ “ท่านย่าทวด พวกเราไปกันเถิด ไปเล่นตรงนั้น”
เหล่าไท่จวินถลึงตาใส่ลู่หลิงเซียวอย่างแรง “ไปเล่นตรงนั้น!”
หนึ่งเด็กสาว หนึ่งหญิงชราพากันจากไปอย่างสง่า
ลู่หลิงเซียวสีหน้างงงวย
เขาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ไฉนจึงเหมือนจะทำไม่ถูกใจทั้งสองฝ่ายเลยเล่า
ท