ขึ้น
เหล่าฮูหยินเอ่ย “เอาล่ะๆ เยินยอข้าให้มันน้อยๆ หน่อย คราวนี้อยากได้อะไรอีกล่ะ”
ฮูหยินรองกอดแขนเหล่าฮูหยิน พลางเอ่ยอ้อน “ท่านแม่ ข้าถูกใจเครื่องประดับศีรษะของร้านเป่าหลินจี้ เงินในมือมีไม่ค่อยพอ”
เหล่าฮูหยินเอ่ยอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนักว่า “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไปบอกพี่สะใภ้ใหญ่เจ้าก็ได้ ขาดอีกเท่าใดก็ให้ห้องคลังเบิกให้เจ้า”
ลู่หมู่เอ่ย “ร้านเป่าหลินจี้แพงมากนัก”
เหล่าฮูหยินหน้าตึงขึ้นมา เอ่ยว่า “ทำไม? ยามนี้ตระกูลลู่ซื้อไม่ได้แม้กระทั่งเครื่องประดับศีรษะแล้วรึ”
“ท่านแม่ เงินที่จวนใช้มาโดยตลอดเป็นของ…”
“เชียนเชียนเอ๋ย เจ้ามานี่ที”
เหล่าฮูหยินเอ่ยขัดลูกสะใภ้ กวักมือเรียกเมิ่งเชียนเชียน
เมิ่งเชียนเชียนวางจานชามเดินมาหา
ฮูหยินรองเว้นที่ให้เมิ่งเชียนเชียนอย่างรู้ความ
เหล่าฮูหยินกุมมือนางไว้ สีหน้าเปี่ยมเมตตาเอ่ยว่า “เซียวเกอร์กลับมาแล้ว คนที่ดีใจที่สุดคือเชียนเชียนกระมัง ก็จริง ตั้งแต่นี้ไป เชียนเชียนก็คือฮูหยินแม่ทัพแล้ว เดินไปทางไหน ผู้คนล้วนต้องเรียกลู่ฮูหยินกันอย่างนอบน้อม”
นางเอ่ยพลางถอนใจ “ปู่ของเจ้าจากไปเร็ว ข้ามันไร้วาสนา แต่ในทางกลับกัน ฮูหยินแม่ทัพมิได้เป็นกันง่ายๆ ข้าได้ยินมาว่า