เชียนก็โตแล้ว…เชียนเชียนเอ๋ย ต่อไปนี้หลิงเซียวจะไปอยู่ที่เรือนไห่ถังแล้ว เชียนเชียนว่าดีหรือไม่”
ไม่รอให้เมิ่งเชียนเชียนบอกว่าดี ลู่หลิงเซียวสีหน้าก็พลันเปลี่ยน ชิงเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ท่านแม่!”
เมิ่งเชียนเชียนโคลงศีรษะหันมองลู่หลิงเซียว
ลู่หลิงเซียวถูกแววตาแจ่มใสคู่นั้นมองจนชักทำอะไรไม่ถูก เขาหลบสายตาหนี เอ่ยกับมารดาว่า “ท่านแม่ ลูกมีเรื่องจะคุยด้วย”
“เจ้าว่ามาสิ” ลู่หมู่เอ่ย
ลู่หลิงเซียวชะงัก แล้วเอ่ยกับนอกประตูเสียงเบาว่า “หว่านเอ๋อร์”
เมิ่งเชียนเชียนเบิกตาโต เห็นสตรีแปลกหน้าที่ยืนพินิจมองลู่หลิงเซียวด้วยกันกับตนตรงหน้าประตูเมื่อครู่นี้เดินเข้ามา
สตรีสวมอาภรณ์สีเรียบ ศีรษะปักปิ่นหยกขาว ใส่เสื้อคลุมขาว รูปร่างเพรียวบาง หน้าตาเกลี้ยงเกลาสะสวย เห็นแล้วชวนให้สงสาร
นางเดินไปหยุดอยู่ข้างกายลู่หลิงเซียว
ลู่หลิงเซียวเอ่ยว่า “ท่านแม่ นางนามว่าหว่านเอ๋อร์ หว่านเอ๋อร์ นี่มารดาข้า”
สตรีวางมือทับกัน ก่อนค้อมกายคำนับให้เล็กน้อย
ลู่หมู่ปากอ้าตาค้าง
ลู่หลิงเซียวเอ่ยว่า “หว่านเอ๋อร์พูดไม่ได้ ขอท่านแม่โปรดอภัยด้วย”
“อ่า…นี่…นี่…” ลู่หมู่ตั้งสติไม่ได้อยู่ครู่ใหญ่
ลู่หลิงเซียวเอ่ยกับ