ตอนที่ 121 ฝ่ามือเดียว
ยามนี้ ลำเรือแทบจะพังพินาศสิ้นดี
ม่านพลังอาฆาตหม่นครึ้มกลบแสงฟ้า พุทธเวทอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน แม้เพียงแรงประจัญพลังยังไม่ทันเริ่ม ก็ประหนึ่งขุนเขาสูงตระหง่านสองลูกกระแทกใส่กัน เกิดเสียงสนั่นดุจฟ้าคำราม
“ท่านผู้เจริญ ฝีมือพิสดารนัก”
เมื่อซู่หนี่ว์ปรากฏกาย สีหน้าของ “กว่างไห่” ก็เคร่งขรึมถึงขีดสุด เห็นได้ชัดว่าไม่กล้าคิดว่าลวี่หยางเป็นเพียงผู้รวมลมปราณที่บีบได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป
โดยหลักแล้ว ศึกชิงวิถีย่อมไม่อนุญาตให้ผู้วางรากฐานเข้ามาแทรกแซง
ที่เขาสามารถแสดงพลังได้ถึงเพียงนี้ เป็นเคล็ดลับเฉพาะแห่งแดนสุขาวดี
เพราะในทางเคร่งครัด เขาหามิใช่อรหันต์ฝูหลง หากแต่คือ “กว่างไห่” ผู้ยืม “ตำแหน่ง” ของอรหันต์ฝูหลงจากแดนสุขาวดีมาใช้อย่างชั่วคราว
เหตุที่สามารถยืมได้นั้น ก็เพราะกว่างไห่เดิมเป็นศิษย์ของหอฝูหลง
การฝึกตนแห่งสุขาวดี คือการตื่นรู้
ตื่นรู้ว่า “ตน” คือส่วนหนึ่งของพระพุทธะ
“ข้า” คือพระพุทธะ
พระพุทธะ คือ “ข้า”
พรหมและตนหลอมรวมเป็นหนึ่ง จึงสำเร็จหนทางอันยิ่งใหญ่
ทว่า หนทางนี้ไม่อาจก้าวข้ามได้ในชั่วพริบตา
จำต้องดำเนินตามลำดับขั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่นศิษย์อย่างกว่างไห่ ย่อมไม่อาจตื่นรู้ว่าตนคือพระพุทธะ เพราะความต่างแห่งระดับจิตนั้นห่างไกลเกินจะเอื้อมถึง
การตื่นรู้ของเขา จึงเป็น “ข้าคืออรหันต์ฝูหลง”
แดนสุขาวดีมีวัดวาอารามนับไม่ถ้วน
ในหมู่ศิษย์ทั้งหลายนั้น ต่างก็ตื่นรู้ว