่า “ข้า” คือเจ้าอาวาสแห่งวัดที่ตนสังกัด ก่อนจะตื่นรู้ว่า “ข้า” คือพระพุทธะในภายหลัง
หนทางฝึกตนเช่นนี้ สมควรเรียกว่า “ลี้ลับพิสดาร”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำศิษย์รวมลมปราณมาใช้งาน ก็แทบไม่ต่างจากนิกายศักดิ์สิทธิ์
หากมิใช่ด้วยเหตุนี้ ในอดีตแดนสุขาวดีก็คงมิได้ชื่อว่า “นิกายมารสุขาวดี” มาแต่แรก
เพียงแต่ต้องยอมรับว่า หนทางฝึกเช่นนี้ ก็เอื้ออำนวยแก่ศิษย์ชั้นล่างอยู่ไม่น้อย
เพราะโดยแก่นแท้แล้ว เขายังคงเป็น “กว่างไห่” หาใช่พลังภายนอกโดยแท้
ฉะนั้นการนำมาใช้ในการศึกชิงวิถี จึงมิอาจมีใครจับผิด ถือเป็นไพ่ตายประจำตัวของกว่างไห่
ทว่ากว่างไห่กลับรู้สึกยากจะยอมรับ
เขาเสี่ยงภัยถึงขั้นอาจสูญเสียตนเอง จึงฝืนยืม “ตำแหน่ง” แห่งอรหันต์ฝูหลงมาได้เพียงบางส่วน
แล้วไอ้ปีศาจเบื้องหน้านี้มันคืออะไรกัน!?
เหตุใดมันจึงมีผู้วางรากฐานที่สมบูรณ์อยู่ข้างกาย!?
มันต้องแลกมาด้วยสิ่งใดกันแน่?
หรือว่า… ไม่ต้องแลกอะไรเลย!?
กว่างไห่มองลวี่หยางซึ่งสีหน้าผ่อนคลายสุดขีด ริมฝีปากพลันสั่นระริก
พลันไฟโทสะพวยพุ่งขึ้นในใจ ลมกรรโชกพลิกฟ้าดินพัดกระหน่ำขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
ลวี่หยางเห็นดังนั้นถึงกับยิ้มเยาะ
“เดือดแล้วรึ?”
โครม!!
วาจายังไม่ทันขาดเสียง ก็เห็นกว่างไห่ยกเท้าก้าวไปข้างหน้า เพียงย่างเดียว แผ่นดินก็สั่นสะเทือน
แสงพุทธะสาดทาบ ฟันทะลวงม่านอาฆาตดำทะมึนเหนือศีรษะ
เพียงหนึ่งก้าวพ้นออก พลังลมปราณของกว่างไห่ก็พุ่งทะยานอย่างฉับพลัน
ริมฝ