เฟิ่งซีเอาอาหารกล่องหนึ่งชุดยื่นไปให้ตรงหน้าของหลงหลิน จากนั้นก็พูดว่า “ท่าทางของพวกเราอย่างนี้มันดูช่างโหดร้ายเกินไปนะ”
แต่ว่าหลงหลินกลับพูดอย่างเย็นชาว่า “พวกเขาจับเฉินเฟิงไปแล้ว ไอ้หมอนี่ก็อยู่ที่นี่ด้วย ก็ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นจากข้อสงสัยนี้ไปได้หรอก เขาอาจจะแกล้งแสดงทุกอย่างออกมาก็ได้ ต่อให้รู้ว่าเฉินเฟิงอยู่ไหน ก็ไม่ยอมบอกพวกเราหรอก”
เฟิ่งซีถามด้วยความอยากรู้ว่า “งั้นพวกเราจะทำยังไงดีล่ะ พวกเขาควบคุมเฉินเฟิงไว้แล้ว ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจพวกเราเลย มันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ?”
หลงหลินก็ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วตอบว่า “ฉันคาดเดาว่าเรื่องที่พวกเขาบุกเข้าไปในบ้าน คุณท่านเฉียนคนนั้นไม่ใช่เป็นคนบงการ ดังนั้นหลังจากที่เขารู้เรื่องแล้ว ก็รู้สึกละอายใจต่อพวกเรามาก ก็อาจจะเป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาจารย์งพวกเรา ทำให้เขาไม่สะดวกที่จะลงมือกับพวกเรา”
เฟิ่งซีถามว่า “แล้วเฉินเฟิงล่ะ?”
หลงหลินพูดว่า “แกบอกไม่ใช่เหรอว่าเฉินเฟิงฆ่าคุณชายเจ๋อะไรนั่น? ความแค้นแบบนี้มันไม่มีทางที่จะให้อภัยกันได้หรอก ถึงแม้คุณชายเจ๋นั่นทำความผิดอยู่ก่อนแล้วก็ตาม พวกเขาก็ยังคงโกรธแค้นอยู่ดี ดังนั้นถ้าพวกเราไม่สามารถที่จะช่วยเฉินเฟิงออกมาได้ละก็ เขาจะต้องประสบเคราะห์ร้ายอย่างแน่นอน”
สีหน้าเฟิ่งซีก็เป็นกังวล แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งวันแล้ว ในที่สุดคุณท่านเฉียนคนนั้นก็ยอมพบหน้าพวกเธอทั้งสอง
เวลา