ใกล้จะพลบค่ำแล้ว ไป๋ซูเข้ามาเคาะห้องนอนของพี่น้องสองสาว เป็นเพราะว่าสองวันมานี้มีความรู้สึกหวาดกลัว ดังนั้นเฟิ่งซีจึงมาอยู่ร่วมห้องเดียวกับหลงหลินตลอดเวลา แม้แต่เป็นเวลากลางคืนก็นอนอยู่บนเตียงเดียวกัน
เฟิ่งซีเปิดประตู พบว่าเป็นไป๋ซู ยังคงถามอย่างไม่สบอารมณ์เช่นเดิมว่า “ทำไมเป็นคุณอีกแล้วล่ะ?”
ไป๋ซูพูดว่า “คุณปู่เฉียนกลับมาแล้ว เขาอยากพบพวกคุณ ตอนนี้พวกคุณพอมีเวลาว่างหรือเปล่า?”
เมื่อได้ยินว่าชายชรากลับมาแล้ว เฟิ่งซีรีบหันไปตะโกนพูดกับหลงหลินด้วยความดีใจว่า “พี่ เขากลับมาแล้ว”
หลงหลินพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินแล้ว แกไม่ต้องพูดซ้ำหรอก พวกเราไปหาเขาตอนนี้ได้เลย”
ดังนั้นไป๋ซูจึงพาทั้งสองคนมุ่งตรงไปยังเขตบริเวณอีกโซนหนึ่ง
“พวกคุณตามหาคุณปู่เฉียนมีเรื่องอะไรกันแน่เหรอ? สองวันมานี้เฝ้ารออยู่ตลอดเลย หรือว่าคุณปู่เฉียนติดหนี้อะไรพวกคุณเหรอ?” ไป๋ซูถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ” น้ำเสียงของหลงหลินก็ยังคงเยือกเย็นมาก
แต่ไป๋ซูกลับพูดว่า “ถ้าฉันรู้สาเหตุที่มาที่ไปของเรื่องราวแล้ว ฉันสามารถช่วยเหลือพวกคุณทั้งสองได้นะ ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับคุณปู่เฉียนก็นับว่าไม่เลวเลย ฉันคิดว่าถ้าฉันช่วยพูดจาหว่านล้อมสักสองสามคำ ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนี่นา”
หลงหลินถามอย่างแปลกใจว่า “ที่คุณบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาดีมาก พวกคุณเกี่ยวข้องเป็นอะไรกันแน่ มันคงไม่ใช่ว่าแค่อาศัย