ู่นี้ และกลายเป็นความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจ
และหลังจากยืดเยื้อมาเกือบหนึ่งนาทีเฟิ่งซีถึงค่อยปล่อยมือเขาลง แต่บาดแผลนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ยอมหายง่ายๆ เพราะเมื่อเฉินเฟิงดึงมือออกไปเลือดกลับยังคงไหลออกมาไม่หยุด
เลือดของเขาหยดลงไปบนพื้น ทว่าก็ไม่ได้มีใครมาสนใจ เฉินเฟิงจึงได้เพียงหยิบเอาผ้าผืนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาผันแผลเพื่อห้ามเลือดเอาไว้
เมื่อสติของเฟิ่งซีเริ่มกลับมาอีกครั้ง แม้ว่ามุมปากของเธอจะมีคราบเลือดสีแดงเปื้อนอยู่เธอก็ไม่ทันได้ไปสนใจ ก่อนจะกลับไปฝังเข็มอีกครั้ง ตามด้วยอีกสองเข็ม และในที่สุดพลังงานของเธอก็หมดลงพร้อมกับเป็นลมไปในอ้อมแขนของเฉินเฟิงทันที
เฉินเฟิงโอบเธอเอาไว้ ก่อนจะอุ้มเธอไปวางยังเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่อีกด้าน จากนั้นจึงตรวจดูอาการ ตอนนี้เธอดูเหมือนคนที่เหนื่อยล้าจนไม่เหลือเรี่ยวแรงจึงหมดสติไป
สำหรับเรื่องเข็มทองที่อยู่บนตัวของนายท่านเชียนนั้น แน่นอนว่าตกเป็นหน้าที่ของเขาในการดึงเข็มออก เพราะงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะใดๆ แบบนี้ล้วนเป็นหน้าที่ของเฉินเฟิงทั้งนั้น
จากนั้นเฉินเฟิงจึงใช้โอกาสจากเวลาแบบนี้เดินออกไปหน้าประตูตัวคนเดียว
โดยในตอนนี้ที่หน้าประตูก็มีคนยืนอยู่สองคน ซึ่งก็คือเชียนชิวและลูกหลานอีกคนหนึ่งของตระกูลเชียน
เฉินเฟิงที่เห็นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา: “ใครเป็นคนให้พวกคุณมาอยู่ที่นี่?”
ทั้งสองคนต่างนิ่งอึ้ง เพราะว่าพวกเขารู้สึกว่าครั้งนี้มีบางอย่างผิดปกติ