จากเดิมถึงได้ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูด้วยความร้อนรนแบบนี้ แต่เนื่องจากไม่มีเสียงเรียกเสียทีพวกเขาจึงไม่สามารถที่จะเข้าไปด้านใน และทำได้เพียงอยู่ตรงนี้อย่างร้อนใจเท่านั้น
แต่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาของเฉินเฟิงในตอนนี้ ทำให้เด็กหนุ่มอีกคนของตระกูลเชียนเกิดความไม่พอใจเล็กน้อย
“ก็เป็นเพราะว่าเวลาผ่านไปนานแล้วแต่พวกคุณก็ยังไม่ยอมออกมาสักที แถมยังไม่มีข่าวคราวอะไรอีกด้วย และต่อให้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นด้านในนั้นกับพวกคุณสองคน ก็ขออย่าได้พานายท่านของเราติดร่างแหไปด้วย เพราะเมื่อถึงเวลานั้นแล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ พวกคุณคิดว่าจะรับผิดชอบไหวหรือเปล่า”
เฉินเฟิงที่มีความโกรธจากเรื่องของเฟิ่งซีอยู่แล้ว ตอนนี้ดันมาถูกชายหนุ่มคนนี้กระตุ้นเพิ่มเข้าไปอีก จึงทำให้ความอดทนหมดลงทันทีพร้อมกับเดินเข้าไปกระชากคอของอีกฝ่าย
ทางด้านเชียนชิวที่ตอนแรกไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ตอนที่เห็นว่าเฉินเฟิงเริ่มใช้กำลัง เขาก็ห้ามไว้ไม่ทันเสียแล้ว เขาทำได้เพียงจับสหายตระกูลเดียวกันคนนั้นเอาไว้แล้วกล่าวร้องขอชีวิต : “พี่เฉิน ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วย ปล่อยสหายของผมคนนี้ไปดีกว่านะ”
เฉินเฟิงจ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาเดือดดาลเช่นเดียวกัน: “หลีกไป ไม่อย่างนั้นผมจะสั่งสอนคุณไปพร้อมกันด้วยเลย ”
และดูเหมือนว่าอีกฝั่งจะได้ยินเสียงดังจากทางนี้ พวกเขาจึงรีบเดินมาดูทันทีโดยมีเชียนสวนยี่เดินนำหน้า
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงใช้กำลัง เขาก็รีบเข้าไปห้าม