งเวลาที่หลงหลินควรจะตื่นแล้ว และเธอคิดว่าหากในตอนที่พี่สาวฟื้นขึ้นมา แล้วไม่พบเธออยู่ตรงนี้ หลงหลินจะต้องเกิดความกังวลใจแน่นอน
เฉินเฟิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะประทับใจในความสัมพันธ์ของพวกเธอสองพี่น้อง
และก็เป็นเหมือนดังที่เฟิ่งซีได้พูดเอาไว้ไม่มีผิด เพราะมีการเสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้นมาจากเตียงของหลงหลิน ราวกับว่าหลงหลินได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว
“คุณรีบเข้าไปดูเร็ว” เฟิ่งซีรีบบอกกับเฉินเฟิง
แน่นอนว่าเฉินเฟิงไม่รอให้เฟิ่งซีได้สั่ง เขาก็ได้เดินไปก่อนแล้ว
และทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เฟิ่งซีได้พูดเอาไว้ เพราะเมื่อหลงหลินลืมตาขึ้นมาแล้วได้พบกับเฉินเฟิงเป็นคนแรกแทน คำถามแรกที่เธอถามออกมาก็คือ : “เฟิ่งซีเป็นยังไงบ้าง ?”
“เธอไม่เป็นอะไร เธอนั่งอยู่ตรงนั้น”
เฉินเฟิงชี้ไปยังตำแหน่งที่เฟิ่งซีกำลังนั่งอยู่ให้เธอดู หลงหลินจึงหันหน้าตามไปก็ได้เห็นว่าเฟิ่งซีกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นจริงๆ ถึงแม้ว่าสีหน้าจะไม่ค่อยสู้ดีมากนัก แต่เธอก็สามารถรับรู้ได้ว่า เฟิ่งซีเพียงแค่อ่อนล้าเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงสงบใจลงไปมาก
จากนั้นเธอถึงค่อยบอกกับเฉินเฟิง: “คุณช่วยรินน้ำให้ฉันสักแก้วหน่อยได้หรือเปล่า?”
เธอรู้สึกเกรงใจอย่างมาก ส่วนเฉินเฟิงก็รีบเดินไปยังโต๊ะพร้อมกับรินน้ำหนึ่งแก้ว ก่อนจะเดินกลับมายื่นให้กับหลงหลิน แต่การนอนอยู่บนเตียงมันสร้างความไม่สะดวก ทั้งด้วยปัญหาจากบาดแผลด้วย เธอจึงไม่มีปัญญาที่ลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง และท