่สุด สถานที่นี้ไม่ใช่เขากะโหลก ซู่หนี่ว์มิได้รับพลังจากสายโลหิตแห่งแผ่นดิน หนุนส่งได้ไม่เต็มที่ ต่างกันเพียงเส้นผม อาจกลายเป็นพันลี้
หากเป็นผู้วางรากฐานจริงมาอยู่ที่นี่ ไหนเลยต้องเอ่ยวาจาสักคำ? เพียงพบตำแหน่งศัตรูแล้วโจมตีตรงเข้าไป พวกเจ้าจะมากเพียงใด วางค่ายกลเพียงใด ล้วนไร้ความหมาย ตบทีเดียวก็ตายเรียบ
แต่ลวี่หยางไม่เหมือนเช่นนั้น
หากวังเต๋ากับสุขาวดีคิดจะแลกชีวิตจริง ๆ ระดมศิษย์ระดับรวมลมปราณกว่าพันสร้างค่ายกลล้อมไว้ ความเป็นไปได้แห่งชัยของเขาก็จะถดถอยลงทันใด
บางที อาจจะลดจากสิบส่วน เหลือเก้าส่วนห้า
พูดอีกนัยหนึ่ง คือมีโอกาสครึ่งส่วนที่จะแพ้ แม้ความเสี่ยงนี้จะไม่สูง แต่ลวี่หยางก็ไม่คิดจะเสี่ยงแม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนั้น จึงต้องให้เหล่าคนของนิกายศักดิ์สิทธิ์ออกโรงบ้าง
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ไม่กล่าวอ้อมค้อมอีก เอ่ยเรียบง่ายว่า “ข้าต้องการให้พวกเจ้าบุกฝ่าการล้อม ดึงความสนใจของอีกฝ่ายออกไปให้ข้า”
เงื่อนไขแห่งชัยในศึกชิงวิถีมีอยู่สองประการ
ประการแรก คือทำลายสมบัติแห่งการบรรลุมรรคในมือของอีกฝ่าย โดยมากมักอยู่ในมือของผู้แข็งแกร่งที่สุด
ประการที่สอง คือสังหารบุตรแห่งชะตาฟ้าของชาวพื้นถิ่นในโลกทับซ้อน แย่งชิงวาสนาแล้วหลอมรวมเข้ากับสมบัติแห่งการบรรลุมรรค เช่นนี้ก็เท่ากับชัยโดยไม่ต้องสู้
แผนของลวี่หยางเรียบง่าย ให้ศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์อื่นล่อเป้า ส่วนตนแอบแฝงในเงามืด รอจังหวะจู่โจมสังหารผู้แข็