ดวงตาทั้งคู่ของหลี่ชื่อจือแทบจะพ่นไฟออกมาได้ เพียงแต่ท่าทางที่ย่ำแย่ตอนนี้ ก็ไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรมาพูดอีกแล้ว
สถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอย่างฉงนมึนงง ก็จบลงด้วยความฉงนมึนงงเช่นนี้แล้ว
รอให้ทุกคนทยอยแยกย้ายกันกลับไปแล้ว เฉินเฟิงก็ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อไปอีกแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาก็อาศัยจังหวะไม่มีใครสังเกตเขา ค่อยๆย่องออกไปยังหน้าประตูทางเข้าแล้วเดินจากไป
ถ้ารอให้ตระกูลเชียนพบว่าเจ้าสาวหายไปแล้ว ก็ย่อมต้องนึกเชื่อมโยงมาถึงตัวเขาเป็นธรรมดา หากเป็นเช่นนั้นละก็เฉินเฟิงก็ยากที่จะอธิบายถึงพฤติกรรมที่ไร้สาระเช่นนี้เหมือนกัน
เมื่อออกไปพ้นหน้าประตูทางเข้าแล้ว แขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงต่างก็ทยอยกันขับรถกลับไป เฉินเฟิงยืนอยู่ตรงถนน แล้วโบกรถคันหนึ่งเอาไว้
คนนั้นก็ใจดีมาก ให้เฉินเฟิงขึ้นรถไปด้วย
ผู้ชายคนนั้นพาเพื่อนสาวมาด้วย อายุดูราวสี่สิบกว่าปี แต่หญิงสาวคนนั้นอายุน่าจะยี่สิบปีต้นๆเท่านั้น ทั้งสองคนดูเหมือนเป็นพ่อลูกกัน แต่ว่าหน้าตานั้นไม่มีส่วนไหนที่เหมือนกันเลยสักนิดเดียว ผู้หญิงเป็นคนขับรถ ส่วนผู้ชายนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ
เฉินเฟิงอยู่นอกรถก็ได้สังเกตดูทั้งสองคนแล้ว ผู้ชายน่าจะเป็นพ่อค้าที่รูปร่างอ้วนถ้วนพุงพลุ้ย ราคารถก็ไม่แพงนัก แต่ในสายตาของคนธรรมดาก็คงซื้อไม่ไหวเช่นกัน
หลังจากที่เฉินเฟิงโบกรถไว้แล้ว พวกเขาก็มีน้ำใจดี ยิ้มพลางให้เฉินเฟิงขึ้นรถไปด้วย แต่ว่าท่าทางรอยยิ้มแบบมืออาชี