ามชื่อแซ่คุณเลย นึกไม่ถึงว่าคุณจะเป็นคนของตระกูลเชียน” เฉินเฟิงมองหน้าเธอ คราวที่แล้วยังไม่ทันได้สังเกต ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาจึงมองอย่างละเอียด
ตาโตจมูกโด่ง ริมฝีปากบางสีแดงเรื่อ ผมยาวดกดำเป็นเงา งามอย่างสาวงามโบราณ
เฉินเฟิงไม่ได้จ้องอย่างเสียมารยาท ได้แต่กวาดสายตาผ่านไปเท่านั้น
เชียงเสี่ยวหยุนนั่งตรงเก้าอี้ด้านข้างของเฉินเฟิง นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย แล้วจึงพูดกับเฉินเฟิงว่า “ฉันชื่อเชียนเสี่ยวหยุน แล้วคุณล่ะ?”
เฉินเฟิงพูดว่า “เฉินเฟิง”
เชียนเสี่ยวหยุนมองดูขนมกุ้ยฮัวบนโต๊ะ ถามเหมือนชวนคุยว่า “ขนมดอกกุ้ยฮวานี้ คุณรู้สึกรสชาติเป็นยังไงบ้าง อร่อยรึเปล่าล่ะ?”
เฉินเฟิงชะงักเล็กน้อย เมื่อได้ยินเธอถามอย่างกะทันหันเช่นนี้ แต่ว่าก็ได้ชิมแล้วรสชาติดีจริงๆ จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า
“ของบ้านตระกูลเชียน ก็ต้องเป็นของดีทั้งนั้นแหละ”
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเฉินเฟิงพูดอะไรผิดไป สีหน้าของเชียนเสี่ยวหยุนเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที พูดด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนักว่า “ขนมดอกกุ้ยฮวานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับบ้านตระกูลเชียนเลยแม้แต่นิดเดียว”
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้นแล้ว เฉินเฟิงก็เดาออกว่าระหว่างเธอกับตระกูลเชียนจะต้องมีอะไรบาดหมางกันแน่นอน จึงเปลี่ยนเรื่องพูดคุยว่า “ทิวทัศน์ในสวนป๋ายกุ้ยนี่งดงามเช่นนี้ ก็มีแต่คุณและฉันสองคนเท่านั้นที่ชื่นชม ก็นับว่ามีวาสนาต่อกันอย่างหนึ่ง ฉันก็แค่รู้สึกเหงาๆ ดังนั้นจึงออกมาเ