่อไปได้อีกแล้ว เพราะว่าเชียนหนิงยืนขวางอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตาที่โกรธแค้น
เฉินเฟิงพูดอย่างโมโหว่า “แกกำลังทำอะไรกันแน่? ฉันช่วยแก แกกลับมาสู้กับฉัน”
นึกไม่ถึงว่าเชียนหนิงจะโกรธเพราะอยากผดุงคุณธรรม พูดว่า “การกระทำของแกต่ำทรามมาก ต่อให้ลงมือเพื่อช่วยฉันก็จริง แต่ฉันก็ละอายใจที่จะได้ร่วมมือกับแก ตอนนี้ฉันไม่ฆ่าแก ก็ถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว”
เฉินเฟิงไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ ก็เหมือนกับได้พบกับคนเสียสติที่กำลังพูดจาไม่รู้เรื่อง
แต่ถ้าคิดจะไล่ตามตู๋กูหยุนที่หลบหนีไปนั้น จำเป็นจะต้องผ่านด่านเชียนหนิงก่อน แต่ว่าเขากับเชียนหนิงไม่เคยมีความโกรธแค้นกันเลย หากสู้ต่อไปเช่นนี้ก็มีแต่จะทำให้ตู๋กูหยุนหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย
เฉินเฟิงจึงได้แต่มองดูตู๋กูหยุนหนีจากไปเช่นนั้นอย่างไม่มีทางเลือก
รอจนไม่เห็นเงาร่างของตู๋กูหยุนอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ในทุ่งหญ้าแห่งนี้ก็เหลือแต่พวกเขาสี่คนแล้ว เพราะว่าเฉินเฟิงยังไม่ได้ลงมือ เชียนหนิงก็ไม่ได้สนใจเฉินเฟิงอีกเลย ตัวเองจึงเดินเข้าไปหาเชียนเสี่ยวหยุนสองคนนั้นโดยลำพัง
“เขาคิดจะพาแกไปเหรอ?”
เมื่อมองเห็นเชียนหนิงเดินเข้ามาหา เซียงหลันจึงถามขึ้น
“น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่ว่าที่บ้านก็ไม่ได้เห็นฉันตั้งนานแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเข้ามาทำอะไร” เชียนเสี่ยวหยุนพูดอย่างเรียบเฉย ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเธอเองเลย
“แกก็อย่าตามเขาไปสิ บ้านหลังนั