นความช่วยเหลือครั้งยิ่งใหญ่ของนามสกุลนี้ที่มีต่อฉันแล้ว”
เฉินเฟิงก้มหน้าลงมองเม็ดหินในมือ ซึ่งนับว่ามันเป็นอัญมณีที่มีความสวยงามมากจริงๆ แล้วเมื่อนึกถึงตู๋กูหยุนที่ไล่ฆ่าเซียงหลันเพื่อก้อนหินเม็ดนี้แล้วก็รู้สึกราวกับว่ามันไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่เลย
หรือว่าหินก้อนนี้จะมีความลับแปลกประหลาดบางอย่างกันแน่ แต่เมื่อลองสำรวจรูปลักษณ์ของหินก้อนนี้แล้วเฉินเฟิงกลับไม่พบอะไรน่าสงสัยเลย
และยังไม่ทันได้รู้ตัวเขาก็เดินมาถึงห้างสรรพสินค้าเสียแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นเฉินเฟิงจึงหยุดที่จะคิดถึงมันอีก
ถ้าหากว่าตู๋กูหยุนมาหาเขาจริงๆ ถ้าหากว่าอีกฝ่ายเข้ามาต่อสู้กับเขาโดยไม่มีเหตุผลอีกครั้ง อย่างนั้นหินก้อนนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมอบให้กับเขา
แต่เมื่อคิดไปคิดมา ตู๋กูหยุนยังกลัวชิงจือมาก ซึ่งหากรอให้เขารู้ตัวว่าชิงจือได้แยกทางไปแล้วก็คงจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ
เฉินเฟิงคิดวิเคราะห์แล้วคงน่าจะใช้เวลาอีกสามถึงสี่วันเลยทีเดียว แต่แล้วตู๋กูหยุนเองกลับมาเร็วกว่าที่คิดไว้
เขายังไม่ทันได้กลับถึงโรงแรมก็ถูกตู๋กูหยุนขวางหน้าไว้ตรงหน้าประตูโรงแรมก่อนซะแล้ว
ในตอนที่เฉินเฟิงได้เห็นเขานั้น ข้างกายของเขาก็มีหญิงสาวอีกสองคนยืนอยู่ด้วย หนึ่งในนั้นมีคนที่เฉินเฟิงรู้จักคือเซียงหลัน แต่หญิงสาวผมดกดำเงางามอีกคนนั้น เฉินเฟิงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่พวกเธอ เพราะตอนนี้ตู๋กูหยุนดูเหมือนจะต้องการหาเร