่หรือไง?”
เฉินเฟิงมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะถามขึ้นมาอีกครั้ง : “ทำไม?ทำไมพวกนายถึงมาที่นี่ทุกวันด้วย?”
ชายคนนั้นมีความสับสนอย่างมาก ก่อนตอบกลับเขาอย่างไม่ชัดเจน : “ก็เพื่อสวดภาวนายังไงหล่ะ!ขอเพียงสวรรค์ได้ยินคำภาวนาของเราแล้วเท่านั้นถึงจะหยุดได้”
เฉินเฟิงจ้องมองเขาอย่างไร้หนทางเข้าใจคำพูดของเขา ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงยอมแพ้ไปก่อนเท่านั้น
หลังจากออกมา เฉินเฟิงก็เดินกลับมาที่รถ ครั้งนี้เขาไม่อนุญาตให้หลี่จื่อเยว่ลงจากรถ เพราะกลัวว่าที่นี่จะทำให้เธอได้รับอันตรายอีกครั้ง
แต่ในตอนที่เฉินเฟิงขึ้นรถหลี่จื่อเยว่ก็ถามด้วยความกังวลทันที: “เป็นยังไงบ้าง?คุณได้ถามอะไรพวกเขาหรือเปล่า?”
เฉินเฟิงส่ายหน้าพร้อมกับพูด : “ตอนนี้ทุกอย่างล้วนไม่ชัดเจน เหมือนกับว่าคนพวกนี้จะถูกดึงดูดให้มาอยู่ที่นี่ รอให้ถึงตอนกลางคืนก็คงน่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นมาให้เห็นเอง”
หลี่จื่อเยว่ที่ได้ยินแบบนั้นได้เพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น
ทั้งสองคนนั่งรออยู่ในรถ กระทั่งกองไฟนั้นได้ถูกจุดขึ้นท่ามกลางทุ่งโล่งอีกครั้ง เฉินเฟิงถึงได้ลงรถไป
เสียงจังหวะเพลงค่อยๆ ดังขึ้นมาหลังจากที่มีการจุดไฟ เฉินเฟิงลองสำรวจดูอย่างถี่ถ้วนถึงได้เห็นว่าเสียงดนตรีนั้นดังมาจากรถที่พวกเขาขับมา
และหลังจากที่เสียงเพลงดังขึ้น กลุ่มหนุ่มสาวก็พากันเดินเข้าไปใกล้กองไฟ ก่อนจะเริ่มเต้นรำขึ้นมา เหมือนว่าพวกเขาเข้าไปรวมตัวตรงนั้นด้วยตัวเอง แต่ว่าเฉินเฟิงกลับ