คิดว่าในนั้นมีบางอย่างที่ผิดปกติ
ราวกับว่าเสียงดนตรีกำลังควบคุมพวกเขาเอาไว้
เฉินเฟิงพยายามสูดดมกลิ่นในอากาศ แต่ก็ไม่มีได้กลิ่นยาหอมสำหรับกล่อมประสาทอะไรแบบนั้นตามที่เขาได้คิดเอาไว้ เลยสักนิด แต่จะว่าไปหลี่จื่อเยว่ก็ไม่ได้เข้าใกล้หรือสัมผัสกับใครเลย นอกจากตัวเขาด้วย
แต่เมื่อมองดูไปยังคนที่ยืนล้อมอยู่ด้านนอกวง พวกเขาเหมือนจะไม่ได้ถูกเสียงดนตรีดึงดูดเลยสักนิด เฉินเฟิงเดินเข้าไป แล้วถามชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น
“ทำไมคุณถึงไม่เข้าไปเต้นในนั้นหล่ะ?”
ชายคนนั้นตอบกลับ: “คุณไม่เห็นหรอว่าในนั้นมีแต่พวกคู่หนุ่มสาวเท่านั้น?”
เฉินเฟิงมองเขาพร้อมกับคิดว่าเขาคงจะเป็นชายโสด จากนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี
เมื่อคิดไปคิดมาเขายังคงถามออกมาอีกครั้ง: “แล้วคุณอยากจะเข้าไปเต้นรำตรงนั้นหรือเปล่า?”
ชายคนนั้นพยักหน้า: “แน่นอนว่าต้องอยากอยู่แล้ว รอให้ผมหาคู่เต้นรำของตัวเองได้ ผมก็จะเข้าไปเต้นรำกับพวกเขาในนั้น”
เฉินเฟิงสังเกตเห็นแววตาอันลุ่มหลงในความรักตอนที่เขาคนนั้นจ้องมองไปยังใจกลางกองไฟนั้น เฉินเฟิงจึงเชื่อเขาทันที ขอเพียงแค่มีคู่เต้นรำ เขาจะต้องเข้าไปเต้นรำในนั้นแน่นอน
แต่ตอนนี้ดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่แค่คู่หนุ่มสาวที่อยู่ในนั้น แม้แต่คนที่ล้อมรอบอยู่ด้านนอกก็ถูกบางอย่างดึงดูดไปด้วย
และในตอนที่เขากำลังคิดวิเคราะห์อยู่นั่นเอง หลี่จื่อเยว่ก็เดินลงมาจากรถ ในแววตาของเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาอันลุ่มหลง แล