เมื่อขึ้นมาบนรถ ทุกอย่างล้วนถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว ขาดเพียงอย่างเดียวคือชิงจือ การขาดเธอไปก็เหมือนขาดอะไรบางอย่าง ถึงแม้ว่าชิงจือจะไม่ชอบพูด แต่การมีเธอนั่งอยู่ตรงนั้นมันทำให้รู้สึกว่าการมีใครอีกคนเพิ่มเข้ามายิ่งทำให้มีความสบายใจมากขึ้น
เฉินเฟิงไม่ได้คิดมาก ก่อนที่จะสตาร์ทรถขับเข้าสู่ถนนใหญ่อีกครั้ง
ทางด้านหลี่จื่อเยว่เหมือนว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้เธอจะลืมความทุกข์ใจที่ตัวเองหนีออกจากบ้านมาแล้ว เธอชื่นชมบรรยากาศริมทางพร้อมด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
และนั่นก็ทำให้เฉินเฟิงรู้ว่าที่จริงแล้วเธอเป็นคนพูดมากคนหนึ่ง ไม่มีความสงบเสงี่ยมเลยแม้แต่น้อย จนถึงขนาดที่มีแวบหนึ่งที่เขาคิดอยากจะเอาเธอโยนทิ้งไว้ข้างทางเสีย
แต่สุดท้ายความคิดนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
“นั่นอะไรหน่ะ?” จู่ๆ หลี่จื่อเยว่ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดังเมื่อได้เห็นกองไฟขนาดใหญ่ที่กำลังปะทุ
เฉินเฟิงที่ได้ยินเสียงตะโกนของเธอถึงกับตกใจ ก่อนที่เขาจะหันไปดูทางที่กองไฟนั้นตั้งอยู่ ราวกับว่าตรงนั้นจะมีผู้คนจำนวนมากล้อมรอบกองไฟเอาไว้พร้อมกับกำลังทำกิจกรรมอวยพรบางอย่าง
เฉินเฟิงส่ายหน้า : “ไม่รู้ และฉันก็ไม่สนใจด้วย”
แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้หลี่จื่อเยว่ไปที่นั่น แต่หลี่จื่อเยว่นั้นกลับถูกสิ่งนั้นดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นไปแล้ว เธอพูดกับเขาต่อด้วยเสียงที่อ้อนวอน : “พวกเราเข้าไปดูหน่อยจะได้ไหม?เสียเวลาไม่เยอะหรอก”
แต่เฉินเฟิงยังคงคัดค้าน: “ไม่ได้ก็คือไม่ได