งหมดล้วนเป็นเงินของตัวเอง ฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้นสักหน่อย คุณอย่ามากล่าวหากันมั่วซั่วแบบนี้”
“หลีกไป อย่าให้ฉันต้องตบเธอ” หลังจากที่ถูกขวางทางเอาไว้ หญิงสาวที่แต่งตัวเซ็กซี่คนนั้นก็ดึงหลี่จื่อเยว่หวังจะให้เธอหลีกทางให้
แต่หลี่จื่อเยว่กลับยิ่งดึงดันที่จะขวางทางมากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่หลีก นอกเสียจากว่าคุณจะขอโทษฉันก่อน ไม่อย่างนั้นฉันก็จะขวางคุณอยู่อย่างนี้แหละ”
ยังไม่ทันที่จะพูดจบ หญิงสาวเซ็กซี่คนนั้นก็ยกมือขึ้นด้วยท่าทีที่จะตบหลี่จื่อเยว่จริงๆ
หลี่จื่อเยว่กลัวจนปิดตาแน่นพร้อมกับจะหันหน้าหนี แต่ผ่านไปพักหนึ่งก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เธอจึงลืมตาขึ้นมาแล้วได้เห็นว่าเฉินเฟิงกำลังใช้มือข้างหนึ่งของเขาจับข้อมือของอีกฝ่ายไว้อยู่
“ยังไม่ถึงคราวที่คุณจะมาสั่งสอนเธอ”
เฉินเฟิงพูดกับหญิงสาวคนนั้นอย่างเยือกเย็น
หญิงสาวเซ็กซี่คนนั้นพยายามดิ้นรนอยู่พักหนึ่งกว่าเฉินเฟิงจะยอมปล่อยมือของเธอ
หลังจากหลุดพ้นมาได้ หญิงสาวคนนั้นก็หันไปตะคอกกับเฉินเฟิงอย่างความเกลียดชังด้วยน้ำเสียงที่โมโหจัด: “กับแค่ไอ้คนจนอย่างนาย ยังมีหน้ากล้ามาทำตัวเป็นฮีโร่ปกป้องหญิงงั้นหรอ ไม่หัดลองไปส่องกระจกดูตัวเองสักหน่อยหล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นพ่อนักบุญหรือไง?”
เฉินเฟิงไม่ได้โกรธเคืองแต่กลับยิ้มตอบ: “คุณรวยมากงั้นสินะ?ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาพนันกันดีไหม ถ้าเกิดว่าผมมีเงินมากกว่าคุณ คุณจะต้องเปลือยกายเดินออกไปจากที่นี่”
หญิงสาวคนนั้นมองไ