ฉยชาของชิงจืออย่างเคยเท่านั้น
ผ่านไปไม่นานนัก พวกเขาก็เจอกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูเขารกร้างแห่งนี้ โดยมีชายแก่หลังค่อมคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงข้างทาง เมื่อได้ยินเสียงรถขับเข้ามา เขาก็ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก จากนั้นเฉินเฟิงจึงจอดรถลงข้างๆ ชายแก่พร้อมกับถาม
“คุณปู่ ที่นี่คือที่ไหนหรอครับ?”
ในเมื่อชิงจือไม่ยอมบอกกับเขา อย่างนั้นเขาก็ทำได้เพียงถามคนอื่นเท่านั้น
ชายแก่เงยหน้าขึ้นมองเฉินเฟิงชายแก่ตอบกลับอย่างเชื่องช้า
“ที่นี่คือหมู่บ้านยางซูตุนนะ พวกคุณเป็นใครกัน!”
เมื่อมองดูชายแก่อายุเยอะพูดด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง จู่ๆ ตะโกนเสียงดังข้างหูของเฉินเฟิง ทำเอาเฉินเฟิงตกใจไปไม่น้อย
“อ๋อ ขอบคุณครับ พวกเรามาเที่ยวเล่นเฉยๆ ครับ”
“มาหาหยางสิงอี้สินะ เขาไม่อยู่บ้านหรอก เข้าไปในเมืองนุ่นแล้ว”
ถึงแม้เฉินเฟิงไม่รู้ว่าทำไมชายแก่คนนี้ถึงได้ยินว่าพวกเขามาตามหาหยางสิงอี้อะไรนั่น แต่เขายังคงยิ้มพลางกล่าวขอบคุณอีกครั้ง
“คุณคงไม่ได้มาหาหยางสิงอี้อะไรนั่นหรอกนะ?”
ในขณะที่ทั้งสองขับรถเข้าไปตามถนนของหมู่บ้าน เฉินเฟิงก็ถามขึ้นมา
“ไม่ใช่” ชิงจือตอบกลับ
“ฉันมาหาพ่อของเขา”
เฉินเฟิงกำลังจะบอกว่าคงจะไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก แต่ชิงจือกับพูดประโยคนั้นออกมาแล้ว
“พวกเขาสองคนเป็นใครกัน ถึงทำให้คุณต้องเดินทางมาหาพวกเขาด้วยตัวของคุณเองแบบนี้”
แต่คำถามนี้ก็เป็นเหมือนกับคำถามก่อนๆ ที่เขาเคยถามคือถูกเมินเฉยอีกครั้ง
เฉินเฟิง