นที่สวนซวนหยวน”
รอจนทั้งคู่ออกจากร้านอาหารมังกร สือโพ่จุนจึงถามอย่างสงสัย
“นี่ไม่ใช่การดวลที่ยุติธรรมเลยอ่ะ ทำไมถึงรับปากง่ายๆแบบนี้ล่ะ”
“แต่ในสายตาของฉัน เป็นเรื่องที่มีความหมายมาก หินประหลาดนั้นฉันได้ทดลองด้วยตัวเอง ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับบางอย่างในตัวมัน แม้ว่าจะเป็นพลังงานที่ต่างจากปรมาจารย์ แต่ฉันก็สนใจมาก”
สือโพ่จุนกังวล
“แต่นายมั่นใจเหรอว่าจะเอาชนะตงเป่ยไร้เทียมทานได้ ยังไงก็เป็นหั้วจิ้งขั้นสูงสุด แต่ก็รบมาทั่วตงเป่ยแล้วด้วย แค่ประสบการณ์เก่าๆ นายอย่าประมาทล่ะ ระวังถูกตลบแตลง”
เฉินเฟิงยิ้มตอบ
“ฉันรู้แน่นอนว่าเขามีกำลัง จังหวะเมื่อกี้ แม้นายจะเห็นว่าฉันมองซ้ายแลขวา แต่ฉันคอยสังเกตคุณท่านหวังตลอด เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่บารมีแกร่งมาก”
“แล้วนายยัง……”
เฉินเฟิงตบบ่าสือโพ่จุน
“นายไม่เชื่อฉันอีกเหรอ ถ้าไม่มั่นใจฉันไม่ตัดสินใจแบบนั้นหรอก”
มองดูเฉินเฟิงไม่เหมือนล้อเล่น สือโพ่จุนเลยไม่ได้พูดไรต่อ
สามวันที่จริงผ่านไปเร็วมาก เฉินเฟิงกับสือโพ่จุนก็รีบไปที่สวนซวนหยวน
สวนซวนหยวนเป็นสมาคมหนึ่งในเมืองเยี่ยนจิง คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกจะเข้าไม่ได้ ที่นี่ทัศนียภาพสวยงาม มีน้ำมีภูเขา ถ้าว่างก็พักผ่อนที่นี่ได้สักวันสองวัน ถือได้ว่าเป็นทิศทางที่ดี
เพียงแต่การพักผ่อนนี้เน้นย้ำเฉพาะกลุ่ม
ส่วนเฉินเฟิงไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ ดังนั้นตอนที่พวกเขามา ก็โดนคนเฝ้าประตูขวาง
“ผมเข้าไปไม่ได้เหรอ”
เฉินเฟิงยืนยั