แทบจะไม่ได้มีพัฒนาการอะไรเลย
ตอนนี้นักพรตบอกว่าเพื่อที่จะเป็นปรมาจารย์ เขาเองย่อมประหลาดใจ
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนทั่วไปจะหาได้”
“ไม่ใช่สิ่งของ หากเป็นความจริงใจ อาตมาเดินรอบเขาสามรอบ สำรวจอยู่ห้าหุบเขา แต่พอก้าวเข้าพรมแดนปรมาจารย์ ถ้าหากอยากเข้าไปอีก คิดว่าคงไม่สามารถสงบแบบเดิมได้”
เฉินเฟิงประหลาดใจ นักพรตธรรมดากลับบอกว่าตัวเองได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางปรมาจารย์แล้วครึ่งหนึ่งคนที่ประหลาดใจยิ่งกว่าคือเจี่ยตง มุมปากทั้งสองเขาเจ็บอย่างฉกรรจ์ เมื่อกี้เขาไม่กล้าใช้เคล็ดใดๆ จึงใช้กำลังจริงในการสู้
แต่ตอนนี้ไม่สามารถใส่ใจได้แล้ว แค่คำพูดสองสามคำ เขาก็รู้สึกว่าเหมือนตัวเองชนเข้ากับหินอย่างจัง สองคนคุยอะไรกันตรงนี้นะ
ปรมาจารย์ เป็นพรมแดนที่ตัวเขาเองคิดว่าไม่มีวันที่จะเอื้อมถึง
เฉินเฟิงยังคงนิ่งสงบ เขาเองก็ก้าวเข้าไปครึ่งหนึ่งของพรมแดนปรมาจารย์แล้ว ยกมือปล่อยพลังขาก็จะทำให้ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที ถ้าหากว่าทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกใจ เขาคงต้องหาที่ฝังร่างตัวเองเป็นแน่
“จะหาเรื่องวิวาทกันเหรอ”
“หาไม่!อาตมาเพียงแค่ต้องการเข้าสู่หนทางธรรม”
เจี่ยตงที่ยืนข้างๆคิดว่าเรื่องพวกนี้ตัวเองฟังสักหน่อยก็ไม่เสียหาย ต่อให้ไม่เข้าใจ คาบข่าวไปบอกผู้ใหญ่ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร คิดพลาง อาศัยจังหวะที่เฉินเฟิงไม่ทันระวัง ค่อยๆเขยิบเข้าใกล้
แต่เฉินเฟิงจะไม่สังเกตได้อย่างไร เขาหันไปทางเจี่ยตง
“ว่าไง อยากตบปากอีกสักสิบทีงั้น