สักที สามสี่ปีก่อนผมเคยปะทะมือกับเขา มีแต่พวกที่ดีแต่ปาก”
เขาเรอออกมา
พอได้ยินว่าหวางลั่วปิงสู้แพ้คนที่สมาพันธ์เยี่ยนจิง เฉินอิงไฉก็แอบดีใจ ถ้าให้หวางลั่วปิงรับมือกับเฉินเฟิง อัตราชนะมีสูงมาก
“ที่แท้ตงเป่ยไร้เทียมทานเคยปะทะฝีมือกับบูโดแห่งจงหยวนแล้ว ผมนี่ความรู้น้อยจริงๆ น้องชาย งั้นจอกนี้ขอคารวะ”
ถ้าดื่มหมดสองสามแก้ว แม้ว่าไม่มีผู้หญิง แต่เฉินอิงไฉไม่สนใจแล้ว จึงดึงตงเป่ยไร้เทียมทานเป็นพวก นี่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ฉลองวันเกิดให้กับเพื่อนหลินหวั่นชิวแล้ว สองคนก็อิงแอบกัน เดินออกจาก บาร์บาร์เยว่เฟย เมื่อเห็นพวกเขาออกไป เจี่ยตงที่แอบมองอยู่ชั้นสามก็รู้สึกเดือดดาล
เขากับเฉินอิงไฉพูดไปสองสามกัน จึงออกไปก่อนก้าวหนึ่ง
เฉินอิงไฉรู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่ตอนนี้เขามีคนที่สำคัญกว่าจะลากมาเป็นพวก จึงไม่ได้สนใจว่าคนนี้จะทำอะไร
ออกจาบาร์เยว่เฟย สองคนที่ไม่ได้เจอกันมานานแน่นอนย่อมต้องมีอะไรคุยกันมาก
“คิดถึงผมไหม”
มือบีบมือ จูงมือกัน เฉินเฟิงถามเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ไม่!ฉันไม่ได้คิดถึงคุณสักหน่อย”
“ไม่คิดถึงจริงๆเหรอ”
เฉินเฟิงแสดงสีหน้าผิดหวัง
“อืม ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ คิดถึงนิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ อย่าคิดมาก”
ราวกับกลัวว่าเฉินเฟิงจะคิดมาก หลินหวั่นชิวรีบแก้คำพูด
“ผมคิดถึงคุณตลอดแหละ ไม่มีวันไม่มีคืนเลย ขอแค่ว่างลง ก็คิดถึงคุณแล้ว”
“อ๋า!”
สารภาพกันตรงๆแบบนี้ หลินหวั่นชิวทำตัวไม่ถูก