เลย
“แบบนี้ได้ไงเนี่ย ฉัน ……ฉัน”
ยังไม่ทันรอให้หลินหวั่นชิวพูดจบ แค่อ้าปากก็เอามือปิดปากน้อยๆของหล่อนแล้ว รสชาตินั้นดุเด็ดเผ็ดมันส์กว่าเหล้าเสียอีก แม้ว่าจะยืนอยู่มุมถนน หรือแม้กระทั่งคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เห็นพวกเขาได้แต่ตอนนี้แม้แต่ความคิดที่จะปกปิดหล่อนก็หมดสิ้น หล่อนกำลังเคลิบเคลิ้มในรสชาติของเฉินเฟิงจนถอนตัวไม่ขึ้น
จูบกระหวัดรัดรึงกันอยู่นาน จึงปล่อยออก
แต่จู่ๆหลินหวั่นชิวก็รู้สึกว่างเปล่า
เฉินเฟิงจิ้มจมูกเธอเบาๆ ยิ้มเล็กน้อย
“ยัยเด็ก ยังจะเอาอีกเหรอ!”
“อืม!เปล่า ไม่เอา ฉันไม่เอาหรอก”
เธอเพิ่งจะตอบรับ จึงได้รู้สึกว่าหน้าไม่อายเหลือเกิน จึงรีบเปลี่ยนคำพูด
เมื่อก่อนตอนอยู่กับเฉินเฟิงเธอยังไม่เคยแข็งขืนขนาดนี้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเฉินเฟิงกลับประเทศมา ความสัมพันธ์ทั้งคู่ยิ่งใกล้ชิดขึ้น เธอก็ราวขาดสติไป มักจะกลัวอย่างไร้เหตุผล
“เอาล่ะ กลับไปเถอะ อยู่ที่นี่มีแต่คนมอง”
หลินหวั่นชิวถึงได้รู้สึกว่าทั้งคู่ยืนอยู่ที่มุมถนน คิดถึงคนสองคนเมื่อครู่ เธอก็รู้สึกหน้าแดงผ่าว
เดิมทีเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มักจะมีคนขัดตาเสมอ
มีคนคอยขวางพวกเขา
เห็นคนๆนั้น เฉินเฟิงก็ยิ้ม
“เป็นอะไรไป ไอ้หมา หากระดูกไม่ได้เหรอ ถึงได้มาหาฉันน่ะ”
นักเลงที่เฉินอิงไฉพามาเจ็ดแปดคน เห็นพวกเฉินเฟิงสองคนจูบกัน เจี่ยตงยิ่งเดือดดาล
“ใกล้จะตายแล้วยังไม่รู้ตัว ให้ยิ้มต่ออีกนิดแล้วกัน เด็กจนๆคนหนึ่ง ต่อให้เป็นวิทยายุทธ์ แต่ไม่มีที่ฝึ