ก บรรยากาศก็ครึกครื้นขึ้นมาทันที
เดิมทีไม่มีอะไร แต่จู่ๆหลินหวั่นชิวลุกขึ้น โบกมือไปทางบาร์เหล้า อย่างเป็นมิตร ต่างกับท่าทีที่มีต่อเจี่ยตงเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
หลินหวั่นชิวที่สังเกตเห็นพวกเจี่ยตงมองมาทางตัวเอง คนหนึ่งสวมชุดธรรมดามาก ธรรมดาจนคิดว่าสองสามคนรวมกันน่าจะมีเงินไม่ถึงสองร้อย หัวเราะคิกคักมองมาทางหลินหวั่นชิว
“ไอ้นั่นเป็นคู่ขาของแม่สาวนั่นเหรอ คิดว่าจะเป็นผู้ชายประเภทไหน ที่แท้ก็ยาจก”
เจี่ยตงพูดดุดัน
แต่เฉินอิงไฉกับหวาหยู่จำได้ว่าเป็นเฉินเฟิง ต่างก็ประหลาดใจ
“เป็นเขาไปได้ไง”
“ทำไม คุณชายเฉินรู้จักเหรอ”
เฉินอิงไฉอ่อนใจมาก เฉินอิงไฉจะไม่รู้จักเฉินเฟิงได้อย่างไร ต่อให้กลายเป็นเถ้าธุลี ก็จำได้
จนใจ พวกเขาเสียเปรียบเฉินเฟิงมานักต่อนัก
กำลังคิด เฉินเฟิงก็เดินมาหยุดข้างหลินหวั่นชิวพอดี สองคนพูดจาสนิทสนม แล้วหัวเราะคิกคักกับพวกสาวๆพร้อมนั่งลง
นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เจี่ยตงเดือดดาล
“แม่งเอ้ย นังแพร่สยา”
ด่าออกไป เขาจึงถาม
“คุณชายเฉิน ไอ้นั่นเป็นใคร”
ไม่รอเฉินอิงไฉพูด หวาหยู่ก็เริ่มอธิบายความแค้นที่มีต่อเฉินเฟิง
พอได้ยินหวาหยู่พรรณาความแค้นจบ เจี่ยตงกำหมัดทั้งสองแน่น สีหน้าแดงก่ำ รู้ว่าราวกับตัวเองได้รับความอัดอั้น จึงฟึดฟัด
“ไอ้บ้าเอ๊ย แค่คนพรรคนั้นกล้ามายโสต่อหน้าคุณชายเฉิน ผมจะลงไปสั่งสอนมัน”
พูดพลาง เขาลุกขึ้นยืน แต่ว่า หวาหยู่ขวางเขาไว้
“อย่า คุณยังไม่รู้กำลังของมัน เจ้านั้นเป็นกำล