ังภายใน แล้วเก่งมากด้วย”
หวาหยู่เองก็ไม่ค่อยรู้ถึงกำลังของเฉินเฟิงนัก รู้แต่ว่าเฉินเฟิงเก่งกาจ หนึ่งต่อสี่ยังไม่มีปัญหา
เจี่ยตงยิ้มเยาะ
“หึ เป็นกำลังภายในแล้วยังไง ผมกำลังเครียดว่าหาคู่ต่อสู้ไม่ได้พอดี คันไม้คันมือนัก!”
เฉินอิงไฉเองก็ไม่รู้ว่าเจี่ยตงเป็นกำลังภายในด้วย ไม่รู้ว่าฝีมือเป็นอย่างไร ก็กลัวนิดๆ แต่คิดไม่ออกว่าเจี่ยตงจะแพ้หรือชนะ เฉินตงไม่อยากต่อกรกับเจี่ยตงเท่าไรนัก
แต่ก็ดึงกษัตริย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับพวกเขามาร่วมกันต่อกรเฉินเฟิง ก็น่าจะชนะอยู่ จึงพูดกับเจี่ยตง
“งั้นคุณชายเจี่ย ความอัปยศของพี่มอบให้คุณชายช่วยจัดการแล้วกัน”
เจี่ยตงเองก็อยากกระชับสัมพันธ์กับเฉินอิงไฉ จึงตอบตกลง
“เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ผมแล้วกัน คุณชายเฉินสบายใจเถอะ”
เฉินเฟิงที่กำลังพูดจาห่วงใยกับหลินหวั่นชิวตบบ่าเบาๆ เขาหันไปมอง ชายร่างสูงกำยำคนหนึ่งกำลังมองมาทางตนเอง
แต่เขาไม่รู้จักฝ่ายตรงข้าม
หลินหวั่นชิวเห็นชายคนนี้ จึงพูดอย่างขุ่นใจ
“คุณมาทำอะไรอีก ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ”
เจี่ยตงละเลยหลินหวั่นชิว และพูดกับเฉินเฟิง
“นายเหรอเฉินเฟิง”
ได้ยินน้ำเสียงหลินหวั่นชิว เฉินเฟิงก็รู้แล้วว่าเจ้านี่ล่วงเกินหลินหวั่นชิว ท่าทีจึงไม่เกรงใจ
น้ำเสียงเย็นชา
“นายล่วงเกินหวั่นชิวเหรอ”
“ที่แท้คนสวยชื่อหวั่นชิวเหรอ ช่างเป็นชื่อที่เพราะจริงๆ เหมือนรูปโฉมของเธอ”
เขามองรุกเร้าเข้าไปในแววตาหวั่นชิว มองจนอึดอัด หวั่นชิวหลบสายตาเขา