ณะเอ่ยคำ เขายังคงสร้างรากฐานแห่งมรรคผลต่อไป แต่กลับพบว่ารากฐานที่เมื่อครู่ยังบ่มสร้างได้อย่างง่ายดายนั้น บัดนี้กลับยากเย็นราวกับต้องแบกภูเขาไว้
…เป็นเพราะมังกรนั่นหรือ?
สายตาของลวี่หยางเบนไปยังมังกรน้อยที่พันรอบกายอรหันต์ฝูหลง แต่ก็เห็นว่าดวงตาทองดั่งมังกรนั้นจับจ้องมายังเขาไม่วาง
อรหันต์ฝูหลงเห็นดังนั้นก็เพียงยิ้มบาง
มังกรน้อยข้างกายเขาดูคล้ายสิ่งมีชีวิต แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นสมบัติวิญญาณชั้นสูงหนึ่งชิ้น มีนามว่า “ห่วงพันธนาการมังกร” ภายในแฝงวิชาเทพ “ดวงตาขังจักรวาล” ความหมายคือ เมื่อใดถูกมันจับจ้อง ย่อมถูกตรึงไว้ในสายตา ไม่อาจหนี ไม่อาจเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้
ด้วยเหตุที่ตอนแรกที่ลวี่หยางถูกมันจับจ้อง เขายังมิได้สร้างรากฐานแห่งมรรคผล
ดังนั้นยามนี้ไม่ว่าลวี่หยางจะบำเพ็ญวิชาเทพเช่นไร รากฐานแห่งมรรคผลก็จะถูกตรึงด้วยสายตานั้น ไม่อาจหลอมรวมสมบูรณ์ และไม่อาจฉวยโอกาสหลบหนีไปยังสถานที่อื่น
“อาตมามาในครั้งนี้ ก็เพื่อมอบวาสนาแก่อุบาสก”
อรหันต์ฝูหลงกวาดตามองลวี่หยาง กล่าวต่อว่า “เมื่ออาตมาเข้าสู่ความว่างสิ้น ได้บรรลุอรหันต์ สร้างเจดีย์อารามแห่งหนึ่งขึ้นในแดนสุขาวดี นามว่าอารามฝูหลง”
“อารามเพิ่งสร้าง ยังไร้พุทธบริษัท”
“อุบาสกผู้หนึ่งนี้มีปราณแท้จริงสูงสุด หากเข้ามาในอารามของอาตมา ก็สามารถขึ้นเป็นวัชรเทพพิทักษ์ธรรม จากนี้ไปก็ร่วมบำเพ็ญวิถีดับสูญร่วมกับอาตมา เช่นนี้มิใช่เรื่องดีหรอกหรือ…”
ตูม!
คำพูด