บทที่ 92 ประลองยุทธ์เจินเหริน
พร้อมกับที่ตำหนักเหยียนโม่แขวนอยู่เหนือฟากฟ้า เขาหัวกะโหลกแปดร้อยลี้พลันลุกฮือด้วยลมเย็นยะเยือก เสียงโหยหวนคร่ำครวญไม่ขาดสาย ราวกับกลายเป็นแดนภูตผีบนโลกมนุษย์
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้ายืนอยู่ท่ามกลางนั้น สีหน้าดำคล้ำถึงขีดสุด
“แค่กลวิธีพรรค์นี้ เจ้าคิดจะสังหารข้า?”
เขาแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่ว่าลวี่หยางจะเป็นเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์กลับชาติมาเกิดหรือไม่ การคิดจะสังหารเขาด้วยวิธีเช่นนี้ก็ช่างประมาทเกินไปแล้ว!
อีกด้านหนึ่ง ลวี่หยางกลับสงบนิ่ง ในตันเถียนซู่หนี่ว์ที่กลายเป็นเทพพิทักษ์ในยามนี้กลับเหงื่อกาฬไหลท่วมกาย ถ่ายเทฐานะทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายเขาโดยไม่เหลือกัก ทำให้โฉมหน้าเขาแลดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ราวกับกลายเป็นศูนย์กลางของฟ้าดินแปดร้อยลี้แห่งเขาหัวกะโหลก
“ก็แค่ลองดูสักตั้ง ข้าเองก็อยากเห็นวิชาเทพของท่านผู้อาวุโส”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าได้ฟังถ้อยคำก็เพ่งตามองลวี่หยางอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะพยักหน้าครั้งหนึ่ง “ก็ดี เช่นนั้นให้ข้าได้เห็นว่าสหายเต๋าแท้จริงคือสหายเก่าใดในอดีต!”
ชัดเจนแล้วว่าเขาได้ปักใจเชื่อ
เชื่อแน่ว่าลวี่หยางคือเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์กลับชาติมาเกิด!
ว่าทำไมถึงไม่กล่าวออกมาตรง ๆ นั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ล้วนต่างมีเหตุและผลใหญ่โตแบกอยู่บนบ่า
ตัวอย่างเช่นศัตรู ศัตรู ศัตรูอะไรทำนองนั้น
เมื่อได้กล