ตูลงมาจากรถ แต่กลับพิงตัวอยู่ตรงที่นั่งในรถอย่างหมดแรง
“หึ เป็นถึงราชารถกาวลี่แต่ไม่กล้าเผชิญความพ่ายแพ้ ถึงขนาดไม่กล้าลงจากรถ!”
“ก่อนหน้าเขาโห่ร้องว่าพวกเราว่าขี้ขลาดไม่ใช่เหรอ? เท่าที่ฉันเห็น เขาต่างหากที่ขี้ขลาด!”
“ก่อนแข่งโห่ร้องอย่างกับหมาบ้า แข่งเสร็จแพ้อย่างกับหมาตาย!”
พอเห็นว่าผูชางจวู้นไม่กล้าลงจากรถ ไม่ว่าจะเป็นนักแข่งหวาเซี่ย หรือผู้ชมในสนามก็ยิ้มเยาะกันขึ้นมา
วู้ฮู่——
ในเวลานี้เอง หลี่ตงชิงพานักแข่งกาวลี่ รีบย่ำเท้าไปที่บูกัตติ เวย์รอนสีขาว
“ฮู้~”
พอเห็นหลี่ตงชิงพาคนมา ผูชางก็จวู้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็พยายามปรับอารมณ์ เปิดประตูรถ ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของนักแข่งกาวลี่ที่สีหน้าดูซับซ้อน ลงจากรถมาอย่างช้าๆ
“ไอ้ขี้ข้ากาวลี่ นายเจ๋งนักไม่ใช่เหรอ? ทำไมแค่ลงจากรถก็ยังไม่กล้า?”
“นั่นสิ ไหนว่าจะกวาดล้างวงการแข่งรถใต้ดินหวาเซี่ย น่าขายหน้าจริงๆ ! ฉันอับอายแทนนายเหลือเกิน!”
พอผูชางจวู้นลงจากรถ ผู้ชมในสนามก็พากันตะโกนเยาะเย้ย
แม้ว่าผูชางจวู้นฟังไม่ออกว่าบรรดาผู้ชมพูดว่าอะไร แต่พอได้เห็นใบหน้าแต่ละใบที่เต็มไปด้วยการยิ้มเยาะ ใช้นิ้วเท้าคิดก็ยังรู้เลยว่า ที่บรรดาผู้ชมตะโกนไม่ใช่คำพูดดีอะไร
ทั้งหมดนี้ ทำให้อารมณ์ที่เขาอุตส่าห์ปรับได้เกิดผันผวนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ไปจากที่นี่ในทันทีจะดีกว่า
“อาจารย์ ไม่ต้องสนใจพวกเขา คิดซะว่าเป็นหมาหมู่เห่าก็แล้วกัน!”
หลี่ตงชิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์