ุดจากภวังค์ขึ้นมา
“หุบปากซะ!” พอได้สติกลับมา สิ่งแรกที่หลี่อี้ทำคือตะคอกใส่หลี่หงให้หุบปากซะ
ตีเขาให้ตายเขาก็ไม่เชื่อว่า คนที่หักขาหลี่หงคือเฉินเฟิงที่พึ่งเจอที่คฤหาสน์ตระกูลฉู่เมื่อหลายวันก่อนนี้เอง!
“พี่…” หลี่หงสีหน้างุนงง ทำไมหลี่อี้ถึงให้ตัวเองหุบปาก?
“คุณเฉิน มาได้ยังไงครับนี่?” หลังจากสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกหนึ่ง หลี่อี้ก้าวขึ้นหน้าและเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มประชด
ตอนนี้เขามั่นใจเต็มร้อยเลยว่า เฉินเฟิงเป็นคนตระกูลเฉินจริงๆ!
หลินหลันไม่ได้โกหก!
แค่ความจริงที่ว่าเฉินเฟิงเป็นคนตระกูลเฉิน ถึงจะสามารถอธิบายความไม่สมเหตุสมผลทั้งหมดที่เขาสืบมาก่อนหน้านี้ได้
“บาดแผลบนหน้าพ่อหน้าแม่ฉัน ฝีมือนาย?!”
เฉินเฟิงสีหน้าเย็นยะเยือก เขาไม่คิดเลยว่า ตัวช่วยที่หลี่หงหามาจะเป็นหลี่อี้ที่เขาพึ่งเจอเมื่อหลายวันก่อน
พอเห็นเฉินเฟิงเปิดฉากมาก็ถามเอาความผิดเลย หลี่อี้ชะงักกึก และมันยังทำให้ตาเขากระตุกไปด้วยอีก
“คุณเฉิน ระหว่างผมกับคุณอาคุณน้า อาจจะเข้าใจผิดกันนิดหน่อย…”
“เข้าใจผิด? เข้าใจผิดอะไร?” หลินหลันแค่นหัวเราะเดินมายืนหน้าหลี่อี้ เธอมองหลี่อี้อย่างล้อเลียน: “คนบางคนเมื่อกี้คิดจะหักขาฉันกับเหล่าเสี้ยเลยนะ บอกจะฆ่าฉันกับเหล่าเสี้ยด้วย ทำไมตอนนี้บอกว่าเรื่องเข้าใจผิดล่ะ?”
“คุณน้าหลิน ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ…”
หลี่อี้ยิ้มประจบพยายามอธิบาย แต่กลับโดนหลินหลันตัดบทไม่ไว้หน้า: “ฉันไม่อยากฟังแกอธิบาย ตอนนี้