แล้วกระมัง
นางไม่ได้พูดคุยกับฉู่เฟิงอีก สายตาของนางเย็นชาขึ้นมา นางเบือนหน้าหนี เลี่ยงแววตาร้อนเร่าสองสายจากฉู่เฟิง
ฮองเฮาเห็นโอรสเริ่มเสียกิริยาแล้ว จึงไม่สนใจอะไรอย่างอื่นอีก นางรีบกล่าวกับขันทีข้างๆ “ยังตะลึงลานอะไรอยู่ ท่านอ๋องไม่สบาย ประคองเขาออกไปสิ”
ขันทีเร่งก้าวไปข้างหน้า หมายจะประคองฉู่เฟิงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่าฉู่เฟิงในเวลานี้สติพร่าเลือนไปบ้างแล้ว เมื่อยาออกฤทธิ์ สัญชาตญาณสัตว์ป่าก็กลืนกินเขาราวกับน้ำหลากเข้ามา เขาแม้กระทั่งไม่สนใจคิดใคร่ครวญหรือควบคุมอารมณ์ ความมีเหตุผลหายไปไร้ร่องรอยแล้ว
เขาดันร่างขันทีออก เขาเดินไปหาไป๋จื่ออย่างโซซัดโซเซ
ไป๋จื่อรีบเบี่ยงตัวหนี นางมุ่นคิ้วกล่าว “ท่านอ๋อง โปรดสงวนท่าทีด้วยเจ้าค่ะ ที่นี่คือตำหนักชิ่งอัน คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าคือเสด็จแม่ของท่านนะเจ้าคะ”
ไหนเลยตอนนี้ฉู่เฟิงจะยังสนใจว่านางพูดอะไร เขาเห็นเพียงนางอ้าหุบริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ยั่วยวนใจยิ่งนัก ทำให้เขาอยากจะกอดนางไว้ในอ้อมอก ทะนุถนอมนางอย่างดีสักยก
เมื่อคิดได้เช่นนั้น แน่นอนว่าเขาย่อมต้องการลงมือทำทันที เขาโผไปข้างหน้า หมายจะกอดนางเอาไว้
ไป๋จื่อป้องกันตัวไว้นานแล้ว นางหลบหลีกอย่างปราดเปรียว