หละ ไม่มีอะไรขัดต่อหลักประเพณีอยู่แล้ว” เขาก้าวไปข้างหน้า ทว่าเพิ่งเปิดฝาโลงศพได้ไม่เท่าไร กลิ่นเหม็นเน่าสายหนึ่งก็ตลบอบอวลไปทั่ว คนไม่น้อยที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังเริ่มอาเจียนออกมา ทั้งยังมีคนตะโกนบอกให้เขารีบไปอีกด้วย
ผู้คุมรวบรวมความกล้า พุ่งไปตรวจสอบดูในโลงศพอย่างเร็วรี่ ข้างในนั้นมีเพียงศพร่างหนึ่ง นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก
จากนั้นเขาก็หลีกทาง พลางโบกมือด้วยความร้อนรน “ไป รีบไปเร็วเข้า!”
โจวกังรีบปิดฝาโลงศพอีกครั้ง ก่อนจะไปก็ถอนใจทิ้งท้ายว่า “บอกแล้วว่าไม่ให้ท่านดู ท่านก็ดื้อด้านจะดูให้ได้ ตอนนี้ท่านเกิดความรู้สึกรังเกียจขึ้นมา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบุตรชายของข้าจะเคืองแค้นหรือไม่”
เมื่อผู้คุมได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบขึ้นมาในทันที เขาเอ่ยด้วยความโมโห “พูดพล่ามอะไรของเจ้า ยังไม่รีบไสหัวไปอีกรึ”
หูเฟิงเข็นรถออกไปข้างนอก โดยมีโจวกังคอยประคองโลงศพเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ลอบออกแรงช่วยเข็น จนกระทั่งทั้งสามคนจึงออกจากประตูเมืองไปได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อออกจากประตูเมืองได้ หูเฟิงเห็นคนของเขากำลังมองมาทางนี้พอดี
เขาลากรถเข็นโลงศพไม่ยอมหยุดฝีเท้า เดินตรงไปข้างหน้าตลอดทาง ฝ่ายโจวกังลอบดึงสิ่งแปลกปลอมบน