้วตนเองเดินเข้าไปในประตูปรโลกแล้วครั้งหนึ่ง นางคิดว่าตนเองป่วยเพียงเล็กน้อย ตอนนี้เห็นหมอหลวงสวี่พูดเช่นนี้จึงเกิดความสงสัย รีบถา ามว่า “หมอหลวงสวี่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้ายังไม่ทันได้จับชีพจรของข้าดูเลย รู้ได้อย่างไรว่าข้าหายแล้ว”
“ในวันงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า กระหม่อมอยู่ในตำหนักด้วย ยามที่ไทเฮาเกิดประชวรขึ้นมา กระหม่อมคอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ พ่ะย่ะค่ะ ทว่าน่าเสียดายนัก วิชาแพทย์ของกระหม่อมไม่เพียงพอ ไม ม่อาจคลายความทุกข์ให้ไทเฮาได้ ครั้นกำลังจวนตัว จิ้นอ๋องและท่านตงฟางแนะนำแม่นางไป๋ขึ้นมา บอกว่านางเก่งกาจด้านวิชาแพทย์ ความสามารถอันเต็มเปี่ยมของนางทำให้กระหม่อมนับถือเป็นอ อย่างยิ่ง บัดนี้เห็นไทเฮาฟื้นขึ้นมาพร้อมกำลังวังชา กระหม่อมก็ยิ่งเลื่อมใสในวิชาแพทย์ของแม่นางไป๋มากขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงสวี่ว่า
ไทเฮาตะลึงลาน มองหมอหลวงสวี่ด้วยความงงงัน
หมอหลวงสวี่เป็นถึงหัวหน้าสำนักหมอหลวงส่วนกลาง เป็นคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจที่สุดในบรรดาหัวหน้า