สำนักหมอหลวงทั้งสามคน เถรตรงเป็นอย่างยิ่ง นางจึงเชื่อในคำพูดของเขาทีเดียว
พูดเช่นนี้หมายความว่าเด็กสาวบ้านนอกตรงหน้าช่วยชีวิตนางเอาไว้จริงๆ หรือ อาการป่วยที่แม้แต่หมอหลวงสวี่ก็จนปัญญา กลับแก้ไขได้อย่างง่ายดายหรือนี่
ไป๋จื่อประสานมือคารวะหมอหลวงสวี่ เอ่ยเสียงเรียบว่า “หมอหลวงสวี่ชมเกินไปแล้ว ไป๋จื่อไม่กล้ารับไว้เจ้าค่ะ!”
หมอหลวงสวี่คารวะนางกลับไปโดยพลัน “ข้าพูดจากใจจริงทุกคำ!”
หมอหลวงเหลียงที่อยู่ข้างๆ ไม่อาจเชื่อได้อย่างแท้จริง ว่าเด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่งจะรักษาภาวะสมองขาดเลือดได้
เขาก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง กล่าวกับไทเฮาว่า “ไทเฮา โปรดให้กระหม่อมจับชีพจรดูด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ไทเฮาพยักหน้าทันที “ดีเหมือนกัน”
นางกำนัลหยิบหมอนอิงนิ่มๆ สองใบมารองหลังของไทเฮา เพื่อให้นางเอนกายพิงลงไปได้สบายยิ่งขึ้น
หมอหลวงเหลียงเดินเข้าไป หยิบผ้าแพรในล่วมยาที่พกมาด้วยออกมา ก่อนจะนำผ้านั้นปิดบังข้อมือของไทเฮาเอาไว้ แล้วตรวจดูชีพจรของพระนางอย่างละเอียด
ชีพจรของไทเฮาค่อนข้างอ่อนอยู่บ้าง แต่กลับไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร นับได้ว่าปกตินัก และตรวจไม่พบอะไรจากในชีพจรโดยสิ้นเชิง อีกทั้งตอนนี้ไทเฮากระปรี้กระเปร่ายิ่ง ยามพูดจาก็ต