ใส่ใจและพิถีพิถันของคนรุ่นหลัง
ทางเล็ก ๆ ที่คล้ายกับดึงดูดเธอให้เดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา จนมาถึงด้านหน้าลานเล็ก ๆ บนไหล่ของวัดเต๋า สภาพแวดล้อมที่นี่เงียบสงบ ราวกับมีคนมาที่นี่เพียงไม่กี่คน ทั้งดอกไม้ป่าและต้นหญ้าเติบโตอยู่เต็มลาน ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ตามธรรมชาติ และสุดแสนกลมกลืน
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือกำแพงหิน ภาพศูนย์กลางจักรวาล*[1] และหมู่ดาวเป็นสิ่งที่พบได้ทุกที่ในวัดเต๋า แต่ภาพกลุ่มดาวบนกำแพงหินด้านเดียวนี้กลับมีเสน่ห์ลึกลับ
มีตัวอักษรเล็ก ๆ สลักอยู่ด้านข้าง ประกาศชัดว่าภาพนี้วาดโดยอาจารย์หลี่เจิ้งชูผู้ก่อตั้งวัดเต๋าเมื่อพันปีก่อน
กลุ่มดาวใหญ่ยี่สิบแปดดวง*[2] แบ่งออกเป็นสี่ทิศ ได้แก่ ทิศตะวันออก เหนือ ตะวันตก และใต้ แล้วทั้งสี่ทิศทางก็แบ่งเป็นกลุ่มดาวมังกรเขียวทิศตะวันออกธาตุไม้ กลุ่มดาวเต่าดำทิศเหนือธาตุน้ำ กลุ่มดาวเสือขาวทิศตะวันตกธาตุทอง กลุ่มดาวกระเรียนแดงทิศใต้ธาตุไฟ แต่ละกลุ่มมีเจ็ดกลุ่มดาวย่อย
ภาพดาวบนกำแพงผ่านการกัดเซาะมานานหลายปี ไม่ว่าจะป้องกันดีแค่ไหนก็ไม่อาจป้องกันความเสียหายไว้ได้และตำแหน่งสำคัญไม่ชัดเจน เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัวอย่างเสียใจ “ช่างน่าเสียดายจริง ๆ…”
เธอเองก็มองไม่ออกว่าตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวห้าธาตุ*[3] ในภาพของเมื่อหนึ่งพันปีก่อน มีความแตกต่างจากกลุ่มดาวในปัจจุบันนี้หรือไม่
“เธอกล้าหาญมากเลยนะ คิดไม่ถึงว่าจะกล้าบุกรุกพื้นที่ใจกลางของวัดเต