และสงสัยเพียงใด แต่อย่างไรเสียตอนนี้นางก็เป็นบุตรีของสกุลเผย เป็นหลานสาวของตงฟางมู่ เช่นนั้นก็เท่ากับนางเป็นเหยื่อที่ฉุนเฟยต้องการ
หลังจากสนทนาพาทีอยู่ในตำหนักได้สักพักหนึ่ง ในที่สุดความเครียดเกร็งอย่างหาใดเปรียบของไป๋เจินจูก็คลายลงไปมาก
นางยังคิดเลยว่าฮองเฮาช่างใจดีมีเมตตา ไม่มีการวางท่ากับนางเลยสักนิด ถึงขั้นที่เอ็นดูนางยิ่งกว่าฮูหยินเซียงที่จวนอีก จึงรู้สึกสบายอกสบายใจขึ้นกว่าเดิม
ครั้นนางกำนัลยกชามาให้ นางกำลังรู้สึกกระหายน้ำพอดี จึงลืมกฎระเบียบไปชั่วขณะ ยกนำชาขึ้นดื่มทันที ผลปรากฏว่าน้ำชาร้อนลวกปากมาก การกระทำที่วู่วามนี้ส่งผลให้น้ำชาในจอกกระเด็นออกมา ทั้งลวกมือ ทั้งเปียกชุ่มเสื้อผ้าไปพร้อมๆ กัน
จอกกระเบื้องอันประณีตกลิ้งตกลงบนพื้น น้ำชาไม่เพียงสาดใส่ตัวไป๋เจินจู ยังกระเซ็นถูกชายกระโปรงของฉุนเฟยด้วย ฉุนเฟยเห็นเป็นเช่นนั้นก็พลันเกิดไฟโทสะสุมทรวง ทว่าแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวออกมาก็ดูไม่ดี จึงยิ้มเอ่ยว่า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ให้ชิวเหอพาเจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็แล้วกัน”
ไป๋เจินจูกล่าวขอประทานอภัยไม่ขาดปาก ดวงตามีแต่ความกระวนกระวายและทำอะไรไม่ถูก ครั้นเห็นฮองเฮาไม่ได้กล่าวโทษตน ทั้งยังอนุญาต