ำ
หลายปีที่นางอยู่ในจวนหยางชวนโหว นางไม่เคยได้รับความอบอุ่นของความเป็นครอบครัว และไม่เคยมีใครเห็นนางเป็นครอบครัวเดียวกันเช่นกัน
บางครั้งนางแม้กระทั่งสงสัย ว่าตนเองยังเป็นคนที่มีตัวตนอยู่ในจวนแห่งนั้นหรือไม่
บัดนี้ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างกำลังดีขึ้น นางรู้สึกได้ถึงความสุขอย่างที่คนคนหนึ่งควรจะมีได้
ตอนเย็น ไป๋จื่อนำเพนิซิลินไปที่เรือนของหว่านเอ๋อร์ อีกฝ่ายเพิ่งปักดอกเหมยเสร็จไปดอกหนึ่ง รู้สึกเมื่อยล้าที่ดวงตาอยู่บ้าง จึงให้ชุ่ยเอ๋อร์บีบนวดให้ตนอยู่
เมื่อนางผ่านประตูเข้าไป ก็ได้ยินบทสนาของนายบ่าวทั้งสองคน
ชุ่ยเอ๋อร์กล่าวว่า “ฮูหยิน ดอกเหมยบนเสื้อชุดนี้มีมากมายแล้ว ข้าว่าไม่ต้องปักเพิ่มแล้วดีหรือไม่เจ้าคะ เดี๋ยวดวงตาของท่านจะรับไม่ไหวเอา”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์กลับกล่าวว่า “ไหนเลยดอกเหมยเท่านี้จะเพียงพอ ตอนนี้คุณหนูในเมืองหลวงล้วนชอบสวมใส่ผ้าปักลายพร้อย และสิ่งนี้ยังห่างกับคำว่าผ้าปักลายพร้อยอยู่มากโข”
“ชุดกระโปรงปักลายดอกไม้ที่เหล่าคุณหนูพวกนั้นใส่ พวกนางไม่ได้ปักเองเสียหน่อย พวกนางต่างก็ให้ร้านปักผ้าเป็นคนจัดการทำให้ พวกช่างปักก็ได้แต่ปักลายเช่นนี้ทั้งวี่วัน ท่านจะไปเหมือนกั