บพวกนางได้อย่างไร” ชุ่ยเอ๋อร์ว่า
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ตอบทันควัน “ข้าไม่สนใจเรื่องเหล่านั้นหรอก ข้าเพียงอยากปักดอกไม้ให้ลูกของข้าก็เท่านั้น จะเหนื่อยสักแค่ไหนกันเชียว”
ชุ่ยเอ๋อร์ถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนที่จะไม่พูดอะไรออกมาอีก
ไป๋จื่อก้าวเท้าเข้ามา กดกลั้นความโศกเศร้าไว้ในใจ แล้วยิ้มเอ่ยว่า “ข้านำยามาให้ฮูหยินขอรับ”
ชุ่ยเอ๋อร์มองมาที่มือของนาง เห็นนางถือห่อผ้าเอาไว้เท่านั้น ไม่มีอะไรอย่างอื่น จึงถามขึ้นว่า “ยาเล่า”
ไป๋จื่อยกห่อผ้าในมือขึ้นโบก “อยู่นี่”
“นี่คือยาอะไร ไยหน้าตาแปลกพิกลนัก” ชุ่ยเอ๋อร์มีสีหน้าฉงน
“เจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องจะพูดกับฮูหยินด้วย” ไป๋จื่อยิ้มจาง
ชุ่ยเอ๋อร์รับคำ นางเรียกสาวใช้อีกสองคนในเรือนออกไปพร้อมกันทันที
ไป๋จื่อนั่งลงที่ข้างกายของตงฟางหว่านเอ๋อร์ แล้วยื่นมือไปจับชีพจรของนาง ขณะนี้ชีพจรมั่นคงมาก ดูท่าทางไม่เลวเลย จึงถามว่า “ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง มีตรงไหนที่รู้สึกไม่สบายหรือไม่”
“ก็มีเพียงรู้สึกร้อน แม้ข้าจะไม่ได้สวมเสื้อคลุม แต่ก็ยังรู้สึกร้อนอยู่ดี นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว” ตงฟางหว่านเอ๋อร์กล่าว
ไป๋จื่อยิ้ม “นั่นถูกต้องแล้วขอรับ มันเป็นผลที่เกิดขึ้นจากยา เมื่อพิษในร