“พี่ชางยังไม่ได้บอกข้าเลย ว่าเหตุใดวันนี้ฮ่องเต้ถึงเอ่ยถึงข้าต่อหน้าท่าน”
ชางซูหังคิดว่าเขาลืมไปแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังจำได้…
เผยชิงหานเลิกคิ้ว เพราะเห็นว่าชางซูหังคล้ายกับไม่อยากพูด ในใจพลันมีไฟโทสะก่อตัว “เป็นอะไรไป ไม่อยากพูดหรือ”
ความกระอักกระอ่วนบังคับให้ชางซูหังต้องยิ้ม พลางคิดว่าควรจะรับมือเรื่องนี้อย่างไร ทว่าเผยชิงหานกลับอาศัยความเมาหลายส่วน ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “ในเมื่อเจ้าไม่อยากพูด เช่นนั้นข้าจะไปถามความจากฮ่องเต้เอง”
เผยชิงหานหมุนกายจะไป ฝ่ายชางซูหังตกใจจนหัวหมุน ปรี่ไปถึงด้านหน้าของอีกฝ่ายทันที ขวางเขาเอาไว้ “ท่านโหวอย่าเพิ่งใจร้อน ข้าจะบอกท่านเอง” เดิมทีเขาไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องนี้ แต่ในเมื่อหลุดปากพูดออกไปแล้ว หากไม่อธิบายให้ชัดเจน แล้วท่านโหวนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้ เช่นนั้นเขาไม่เท่ากับต้องตายสถานเดียวหรือ บอกท่านโหวไปตอนนี้ ขอให้เขาเก็บเป็นความลับ ไม่แน่ว่าจะยังรักษาชีวิตนี้ไว้ได้
ชางซูหังเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด พาให้เผยชิงหานรู้สึกตกใจยกใหญ่ ความเมามายทั่วร่างหายไปในทันใด
“พู่หยกที่เจ้าพูดถึง เป็นพู่หยกสลักลายพระสังกัจจายน์ ปลายนิ้วมีสีแดงชาดใช่หรือไม่” เผยชิงหานรีบถาม
ชางซูหังพยักหน้า “ใช่แล้วขอรับ รูปแบบของพู่หยกมีเอกลักษณ์มาก คุณภาพของหยกก็เป็นเลิศ ข้ามองเพียงครั้งเดียวก็รู้ว่าเป็นของดีอย่างแน่นอน ถึงได้นำไปมอบให้ไทเฮา แต่ใครจะรู้ว่าหาเรื่องมาใส่ตนเข้