ถลึงตามองหลี่ซื่อ “ยังตะลึงอะไรอยู่ รีบไปตามไป๋จื่อมาสิ”
ขณะนี้สติของหลี่ซื่อกระเจิดกระเจิงไปแล้ว ก่อนหน้านี้นางคิดว่าชายชราจงใจหลอกนาง แต่ดูจากตอนนี้แล้วก็ไม่เหมือน หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขาจริงๆ นางต้องถูกดึงเข้าไปพัวพันด้วยแน่นอน หากไม่ถูกคนชี้หน้าต่อว่าจนตายสิน่าแปลก
นางปรี่ออกจากลานบ้านไปราวกับคนบ้า ไม่นานนักก็พาสามีมาด้วย
หวังซู่เกินเห็นผู้เป็นพ่อมีสภาพเช่นนั้น เขาก็มีสีหน้าชะงักค้าง ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ฮูหยินอันต่อว่า “พวกเจ้าสองคนยังตะลึงอะไรอยู่ คนหนึ่งไปตามท่านหมอลู่ อีกคนหนึ่งไปตามไป๋จื่อที ให้นางรีบมาที่นี่หน่อยเถอะ”
คราวนี้สองสามีภรรยาถึงจะตื่นจากภวังค์ รีบร้อนออกจากลานบ้านไปอีกครั้ง หลี่ซื่อไปเชิญหมอลู่ นางพบกับหมอลู่ที่หน้าประตูบ้านพอดี เขากำลังจะออกไปข้างนอก โชคดีที่นางมาถึงทันเวลา เพราะหากช้ากว่านี้ไปเพียงก้าวเดียว หมอลู่ก็คงเดินทางเข้าเมืองไปแล้ว
หมอลู่ตามหลี่ซื่อไปถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ขณะนี้หัวหน้าหมู่บ้านฟื้นขึ้นมาแล้ว ส่วนฮูหยินอันร้องไห้จนไม่มีเสียงใดออกมาแล้ว สติหลุดลอยหายไปหลายส่วนทีเดียว
คนแก่ตัวไปแล้วกลัวอะไรมากที่สุด คำตอบก็คือความโดดเดี่ยว!
ตลอดทั้งชีวิตของคนคนหนึ่ง มีทั้งพ่อแม่ บุตรชายและบุตรสาว ทว่าคนที่จะอยู่เคียงข้างตนไปจนถึงปลายทางได้ ก็มีแค่ผู้เป็นครึ่งชีวิตของตนเองเท่านั้น ส่วนคนที่เหลือผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
สองสามีภรรยาสูงวัยใช้ชีวิตอยู่ร