่วมกันมาเนิ่นนาน ไม่มีใครยอมแยกจากใคร เพราะหากขาดใครคนใดคนหนึ่งไปแล้ว อีกคนที่ยังเหลืออยู่จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร
หมอลู่รีบจับชีพจรของหัวหน้าหมู่บ้าน สีหน้าเคร่งเครียดทีเดียว
“เป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่สบายตรงไหน” ฮูหยินอันถาม
“หัวหน้าหมู่บ้านร้อนใจและโมโหจนเป็นลมสลบชั่วขณะ ทว่าเลือดลมของเขารุนแรงเกินไป ชีพจรทั้งเร็วและกระชั้น ท่าทางไม่ดีเลย!” หมอลู่กล่าว
“หมายความว่าอย่างไร รุนแรงแค่ไหนกันเชียว” ฮูหยินอันไม่ค่อยเข้าใจนัก
หมอลู่รีบตอบ “หัวหน้าหมู่บ้านอายุมากแล้ว เดิมก็ควรจะรักษาสุขภาพร่างกายอยู่เป็นนิจ ไม่อาจโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนเกินไปได้ ไม่เช่นนั้นหากเกิดอารมณ์โมโหมาก ก็อาจจะกระตุ้นอาการร้ายแรงบางอย่างได้”
“อาการร้ายแรงบางอย่างหมายถึงอะไรกัน” ฮูหยินอันสับสนทีเดียว หมอลู่พูดจาให้ชัดเจนในรอบเดียวไม่ได้เลยหรือไร
หลี่ซื่อที่อยู่ข้างๆ กล่าวต่อ “ท่านหมายถึงลมชักใช่หรือไม่” คนชราเป็นลมชักขณะทะเลาะกับผู้อื่นมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ในหมู่บ้านนี้มีคนเคยเป็นเช่นนั้นมาแล้วสองคน
หมอลู่มองฮูหยินอันครั้งหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด “ข้าดูแล้วคล้ายอาการลมชักทีเดียว แต่ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก”
ฮูหยินอันมีชีวิตมาจนถึงอายุปูนนี้แล้ว ไยนางไม่เคยได้ยินคำว่าลมชักสองคำนี้มาก่อนเลย นางจะรู้ได้เช่นไรว่าลมชักหมายถึงอะไร ตอนนี้นางรู้สึกเพียงเบื้องหน้าหมุนวน ฝืนร่างกายไม่ไหวอีกต่อไป สุดท้ายก็เป็นลมล้มลงในอ้อมกอดของหมอล