้าวกลางวัน เช่นนั้นแล้วจะมีเรี่ยวแรงที่ไหนทำงานกัน
หญิงชราออกมาจากในห้องพร้อมใบหน้าซีดขาว เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า วันนี้นางทั้งเหนื่อย ทั้งไร้เรี่ยวแรง ทำได้แต่เพียงรอสะใภ้ใหญ่และต้าเป่าไปหาผักป่าจากข้างนอกกลับมาให้กินสักหน่อย
“เอะอะอะไรกัน” หญิงชราถามไป๋เจินจู
ไป๋เจินจูนำถุงข้าวในมือให้หญิงชราดู “ท่านย่า ข้าวที่เหลือของพวกข้าหายไปจนหมดสิ้น ในบ้านก็ไม่มีใครอื่น ต้องเป็นท่านป้าสะใภ้แน่ๆ ที่ขโมยไป ท่านย่า พ่อแม่ของข้าลงที่ดินทำงานแล้ว พวกเขาท้องว่างรอข้านำข้าวไปส่งอยู่ หากไม่ได้กินข้าวมื้อนี้ ไหนเลยจะมีแรงทำงานเล่าเจ้าคะ”
หญิงชราทำหน้าง้ำในทันที หากข้าวของบ้านรองหายไปจริงๆ ย่อมต้องเป็นหลิวซื่อขโมยไปอย่างไม่ต้องสงสัย มิน่าเล่าเมื่อครู่นางถึงได้กลิ่นหอมของโจ๊กขณะอยู่ในห้อง นางเองก็หิวจนร้อนใจ ถึงขั้นเกิดภาพหลอนแล้ว
ลูกสะใภ้ที่ไร้น้ำใจผู้นี้ แม่สามีของนางยังไม่ตายเสียหน่อย ต้มโจ๊กแล้วก็ไม่รู้จักนำมาให้ ป่านนี้คงแอบกินอยู่ในห้องกระมัง ผักป่าก็ไม่ไปหามา คิดจะให้ยายแก่ผู้นี้อดตายให้ได้เลยใช่หรือไม่
หญิงชราไม่เคาะประตูห้อง นางเพียงกระทืบเท้าตะโกนว่า “รีบเปิดประตู ขืนยังไม่เปิดอีก ข้าจะไปนำขวานมาจามเสีย”
เมื่อนางกล่าวจบประโยคได้ไม่นาน ประตูห้องก็เปิดออก หลิวซื่อยิ้มกริ่ม ถามแม่สามีว่า “ท่านแม่ ท่านเสียงดังไปไยเจ้าคะ ท่านเชื่อคำพูดของเจินจูด้วยหรือไร”
หญิงชรามองตาขวางใส่นางครั้งหนึ