างดังมาจากด้านหน้าแล้ว
เด็กสาวพลันบ่นพึมพำ ไม่ใช่ว่าบอกให้นางนอนต่ออีกสักหน่อยหรอกหรือ เหตุใดถึงตื่นแล้วล่ะ
นางหันกายเดินไปที่ด้านหน้า ส่วนเสี่ยวเฟิงรีบยกถังไม้ข้างโอ่งขึ้น แล้วตามออกไปอย่างรวดเร็ว
ในลานบ้านไม่ได้มีเพียงจ้าวหลาน ยังมีเจ้ารองกับจางซื่ออยู่ด้วย
“เหตุใดพวกเขาถึงมาที่นี่” ไป๋จื่อถามจ้าวหลาน
ในภาพจำของนาง จางซื่อไม่เคยลงไม้ลงมือกับนางมาก่อน และไม่เคยให้เกียรตินางเท่าไรเช่นกัน อีกทั้งไม่เคยทำดีกับนางด้วย ทว่าเทียบกับหญิงชราและหลิวซื่อแล้ว นางยังนับว่าไว้หน้าทั้งสองคนอยู่บ้าง
จ้าวหลานกล่าว “พวกเขามีเรื่องอยากคุยด้วย เจ้าก็ฟังดูก่อนเถอะ”
เจ้ารองรู้สึกอายอยู่บ้าง ตอนนี้เขาหน้าแดงมาก จึงเอาแต่ก้มหน้าลงไม่กล้ามองไป๋จื่อ แต่จางซื่อกลับตรงไปตรงมามากกว่า นางยิ้มพลางก้าวมาข้างหน้า พูดกับไป๋จื่อว่า “จื่อยาโถว พักนี้ไม่ค่อยได้พบกัน เจ้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ”
ไป๋จื่อยิ้มจางๆ “ท่านพูดเล่นแล้ว มาหาข้ามีธุระอะไรหรือ”
จางซื่อเห็นนางไม่อยากพูดด้วยมาก ตนเองจึงไม่พูดมากความเช่นกัน เข้าประเด็นทันที “คืออย่างนี้ ข้ากับเจ้ารองได้ยินมาว่าเจ้ากำลังหาคนช่วยพลิกหน้าดินอยู่ใช่หรือไม่”
เด็กสาวพยักหน้า “แหล่งข่าวของพวกท่านกว้างขวางนัก เมื่อวานข้าเพิ่งกระจายข่าวไป วันนี้พวกท่านก็รู้แล้วหรือนี่”
อีกฝ่ายยิ้มแห้ง “จื่อยาโถว ขอไม่ปิดบังเจ้า พวกข้าบ้านรองแยกบ้านกับบ้านใหญ่แล้ว พวกเขาไม่แบ่งข้าวสาล