ังเป็นเด็กจ้ำม่ำอยู่เลย ไม่พบเจอกันหลายปีก็กลายเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว ต้องโทษเขา ต้องโทษที่อาอย่างเขาไร้น้ำยา ไม่สามารถรับครอบครัวของเสี่ยวเฟิงไปด้วยได้ ทำให้เด็กชายตกมาอยู่ในสภาพนี้
เสี่ยวเฟิงจำไม่ได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นอาของตนเอง เขาเพียงรู้สึกว่าคนผู้นี้แปลกๆ อยู่บ้าง พบกันครั้งแรกเท่านั้น ไฉนต้องจับมือเขาแล้วร้องไห้ด้วย พวกเราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย!
ไป๋จื่อกล่าว “เสี่ยวเฟิง เขาคืออาของเจ้า โจวอาอู่ เจ้าจำเขาไม่ได้หรือ”
เขาจำชื่อของโจวอาอู่ได้ เพียงแต่จำหน้าตาของเจ้าของชื่อไม่ได้ ที่แท้คนตรงหน้าก็คือโจวอาอู่นี่เอง ญาติที่เคยร่วมตกระกำลำบากกับบิดาของเขา ยามที่อยู่ในค่ายทหารด้วยกัน
แต่เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า เขาควรจะถูกจองจำอยู่ในค่ายทหาร เช่นเดียวกับพ่อของเขาไม่ใช่หรือ
ไป๋จื่อเห็นว่าเสี่ยวเฟิงมีสีหน้าฉงน ทว่าอาอู่กลับพูดอะไรไม่เพราะออกเพราะความตื้นตัน นางจึงรีบเข้ามาอธิบายว่า “โชคดีที่เมื่อสามปีก่อนพี่อู่หนีออกมาได้ ตอนนี้เขาอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวกับครอบครัวของเขา พวกเจ้าอาหลานได้พบกันได้ ช่างเป็นเรื่องดีจริงๆ”
ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง เสี่ยวเฟิงพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะได้พบญาติของตนเองที่นี่ด้วย เมื่อครู่เขารู้สึกหวั่นใจอยู่บ้าง แม้จิ้นอ๋องจะให้เขามาที่นี่ แต่อย่างไรเสียที่นี่ก็มีแต่คนที่ตนไม่คุ้นเคย จึงรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง