อกมา เขาพยายามอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ ทว่าก็กลั้นไว้ไม่อยู่แล้ว
ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะยื่นมือไปจับข้อมือของเสี่ยวเฟิงไว้ พาเด็กหนุ่มไปที่มุมลับตาคน ถามเสียงเบาว่า “แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ใครตีเจ้า”
เสี่ยวเฟิงเช็ดน้ำตาบนใบหน้า กล่าวเสียงสะอื้น “ผู้คุมของค่ายบูรพาที่เจ็ดแย่งไป พวกเขาไม่ให้ข้าเข้าไป”
หูเฟิงรับกล่องข้าวในมือเขามา เมื่อเปิดดูแล้วก็พบว่าข้างในนั้นว่างเปล่า แม้แต่ถ้วยและตะเกียบก็ไม่ได้นำกลับมาด้วย
“ในค่ายบูรพาที่เจ็ดขังใครไว้กันแน่” หูเฟิงถามเขา
เด็กหนุ่มตะลึงไปเล็กน้อย เขาช้อนสายตามองคนตรงหน้า ในดวงตามีความหวาดหวั่นฉายชัด อย่างไรเสียเขาก็ยังอายุน้อย ยังไม่ได้เรียนรู้วิธีการเก็บซ่อนความรู้สึกของตนเอง
“ก็แค่ ก็แค่นักโทษธรรมดาเท่านั้น” เสียงของเสี่ยวเฟิงทุ้มต่ำอย่างชัดเจน ทันทีที่เขารู้สึกได้ถึงสายตาซักถามของหูเฟิง เขาก็หลุบตาลงอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มอีก
หูเฟิงเห็นเขาไม่ยอมพูด จึงไม่ถามต่ออีกเช่นกัน เพียงพูดว่า “ไปนำอาหารมาอีกชุดหนึ่ง แล้วไปส่งพร้อมกันกับข้า”
ใบหน้าของเสี่ยวเฟิงปรากฏความปีติขึ้นมาทันควัน “จริงหรือ ท่านไปกับข้าได้จริงๆ หรือ”
ชายหนุ่มพยักหน้า “แน่นอนว่าได้ เมื่อเช้าข้ากินข้าวไปเยอะทีเดียว ตอนนี้จึงยังไม่หิว นำอาหารส่วนของข้าไปนั่นแหละ จะได้ไม่มีใครกล้าว่าอะไร”
เสี่ยวเฟิงรีบโบกมือ “ไม่ได้ๆ จะนำอาหารของท่านไปได้อย่างไร หากจะนำไปส่งใ