เกิดก็เป็นได้
หูเฟิงยิ้ม ไม่ได้คุยเล่นต่อ เพียงทำงานในมืออย่างตั้งอกตั้งใจต่อไป
“ทำข้าวเย็นเสร็จแล้วใช่หรือไม่”
เสียงอันคุ้นหูดังมาจากข้างหลังของหูเฟิง เขาพลันหยุดมือที่กำลังหั่นผัก ก่อนจะปิดบังใบหน้าด้วยเขม่า
สามปีมาแล้ว เขาได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง ถึงแม้จะผ่านไปอีกสามปี เขาก็ไม่มีทางลืมเสียงนี้แน่นอน
หูเฟิงไม่ได้หมุนกายกลับไป มีแต่จูซื่อที่รีบเข้าไปต้อนรับบุรุษสวมเกราะที่งดงาม “ใต้เท้า ตอนนี้ยังไม่เสร็จขอรับ ยังต้องรออีกสักครู่”
คนผู้นั้นขมวดคิ้ว ถลึงตามองจูซื่อด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง “ไยทำงานชักช้าเช่นนี้ ตกลงแล้วพวกเจ้าทำอาหารเป็นหรือไม่ หากทำไม่เป็นข้าจะเปลี่ยนคนอื่นมาทำแทน”
เมื่อได้ยินว่าจะเปลี่ยนคน จูซื่อก็พลันร้อนใจ หากเปลี่ยนคน เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องไปสนามรบแล้วไม่ใช่หรือ
“อย่าเลยขอรับ ใต้เท้าท่านอย่าเพิ่งโมโห พวกข้าเพิ่งมาถึง ยังไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก ท่านให้โอกาสพวกข้าสักครั้งนะขอรับ พวกข้ารับรองว่าจะทำออกมาได้ดีแน่”
คนผู้นั้นเห็นว่าท่าทางสำนึกผิดของจูซื่อออกมาจากใจจริง จึงผ่อนน้ำเสียงลง “ไม่มีโอกาสหน้าแล้วนะ เร็วเข้า”
“ขอรับๆ” จูซื่อพยักหน้ารับเป็นพัลวัน
“หลังจากทำอาหารเสร็จแล้ว ส่งคนหนึ่งไปส่งอาหารที่ค่ายบูรพาที่เจ็ดด้วย” คนผู้นั้นกล่าวอีก
จูซื่อจึงรีบถามว่า “ส่งให้ทหารที่ค่ายบูรพาที่เจ็ดหรือขอรับ”
คนผู้นั้นโบกมือ “อย่าถามมากความ ไปส่งแล้วก็บอกว่านายพลหูสั่งให้มา เดี๋ยวจะมีค